ไม่มีอะไรหรอก ... จู่ๆก็นึกถึงการ์ตูนผู้หญิง ที่เคยอ่านสมัยเด็ก (แม้แต่ตอนนี้ก็ยังอ่านอยู่)
 
ว่าด้วยประโยคที่ว่า ....ถ้าโตขึ้น ให้ฉันเป็นเจ้าสาวของพี่นะ
 
เอ๊ะ จากการ์ตูนญี่ปุ่น รึจาก ซีรี่ส์เกาหลีวะ  55++ จำไม่ได้อ่า
 
รู้แต่ว่า มันเป็น ประโยคที่น่ารักดี ^______^
 
ไม่รู้ทำไม แค่ได้เห็นรอยยิ้มสดใสนั่นก็สามารถยิ้มตามได้แล้ว

มีใครหลายคนบอกว่าอย่างนั้นอย่างนี้

มีแต่คำพูดไม่ดีต่างๆนาๆ แต่ไม่รู้ทำไมเรากลับเห็นต่าง

ยิ่งได้รู้จักมากขึ้น ยิ่งรับรู้ได้ถึง ....ความใจดีและอ่อนโยน

ภาพลักษณ์ต่างๆอาจมาจากความเป็นตัวของตัวเองสูง

ความมั่นใจที่จะหาใครมาเสมอเหมือน

แต่เนื้อแท้แล้ว เราสัมผัสได้ว่า....ผู้ชายคนนี้เป็นคนดี

จริงๆนะ 55555++++
 
 

[SF]KameYuya -- Love Is....Secret {NC-17}

posted on 17 Dec 2010 08:39 by nashita
  
 

บริเวณบันไดหนีไฟชั้น 6 ภายในตึกจอห์นนี่เอนเตอร์เทนเม้นท์ หนุ่มน้อยหน้าหวานนามว่าเทโงชิ ยูยะ ตอนนี้เสื้อผ้าเริ่มหลุดลุ่ย และเมื่อยามใดที่ฝ่ามือของร่างโปร่งลากผ่านผิวขาวเนียน มือน้อยๆก็รีบตะครุบตามเป็นพัลวัล

 “อ…อื้อ คาเมนาชิคุง ไม่เอาน่า” ยูยะร้องห้ามเสียงสั่น พร้อมกับเบี่ยงหน้าหนีริมฝีปากร้อนๆของอีกฝ่ายที่แตะแต้มลงมาบนลำคอขาวเนียน

 “.. คิดถึงที่สุดเลย ยูยะ”เสียงแหบพร่าเอ่ยงึมงำ ปลายลิ้นร้อนลากผ่านผิวอันขาวใส พร้อมกับดูดเม้มสร้างรอยจางๆไปทั่วอย่างย่ามใจ ยูยะพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่มือของอีกฝ่ายก็ป้องกันไว้อย่างแน่นหนา ยิ่งช่วงหลังๆที่คาเมะรับหน้าที่เป็นพิธีกรภาคสนามรายการเบสบอล ร่างกายที่เคยผอมบางกลับมีกล้ามเนื้อยิ่งขึ้น ไม่ว่ายูยะจะพยายามหลบหลีกให้พ้นไปจากอ้อมแขนแข็งแรงนี้เพียงใด ก็ไม่สามารถจะทำได้เลย

“พ..พอได้แล้ว คาเม..อืมม” เสียงหวานๆของยูยะถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากบางทาบทับลงมา ฝ่ามือของคาเมะเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยเล็กไว้ แล้วบดขยี้ริมฝีปากของร่างในอ้อมแขนอย่างกระหาย

ปลายลิ้นร้อนแทรกซึมไล้วนไปทั่วโพรงปากเล็กเพื่อลิ้มรสความหอมหวานที่น่าหลงไหล ยูยะยกมือขึ้นกำบ่าอีกฝ่ายไว้แน่น ความกังวลว่าจะมีใครมาเห็นเริ่มเลือนหายไปทีละน้อย จะเหลือก็เพียงแค่ความต้องการเท่านั้นที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ปลายลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดเร่งให้ยูยะเบียดกายเข้าหาอีกฝ่ายพร้อมกับจูบตอบไปอย่างโหยหาในสัมผัสที่ห่างหายไปนานของคาเมนาชิ คาซึยะ แต่แล้วยูยะก็ต้องสะดุ้งเมื่อฝ่ามือของร่างโปร่งลากผ่านแผ่นหลังเนียนหายเข้าไปใต้กางเกงยีนส์สีเข้ม

“อะ…คาเมนาชิคุง ..ม..ไม่ได้นะ” ยูยะร้องห้ามเสียงสั่น เอื้อมมือไปคว้ามือมืออีกฝ่ายไว้มั่น

“ทำไมล่ะ?” เสียงแหบๆที่ตอนนี้แตกพร่าอย่างเห็นได้ชัดร้องถามอย่างขัดใจ

“ตรงนี้ไม่ได้ เดี๋ยวถ้าใครมาเห็น…” เสียงของยูยะขาดหายไปอีกครั้งเมื่อคาเมะยกนิ้วขึ้นมาเตะปากบางไว้

“ชู่ววว …แค่นิดเดียวนะ นายก็อย่าร้องเสียงดังละกัน” คาเมะบอกพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก ยิ้มในแบบที่ยูยะไม่สามารถจะปฏิเสธได้ไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ปากบางๆประทับจูบลงบนลำคอขาวอีกครั้งพร้อมๆกับที่มือหนาค่อยๆปลดตะขอกางเกงยีนส์สีเข้มออกแล้วเลื่อนมือเข้าไปภายในบ็อกเซอร์ของยูยะ

“อะ…คาเมะ…” ยูยะร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว ยิ่งคาเมะขยับมือเด็กหนุ่มยิ่งรู้สึกทรมาน มือเล็กช้อนประคองใบหน้าของอีกฝ่ายขึ้นมาประทับจูบลงบนกลีบปากบาง ดูดดึงหยอกเย้าสลับบนล่างอย่างต้องการระบายความรู้สึกที่กำลังอัดอั้นจากส่วนกลางของลำตัว ยิ่งคาเมะเร่งมือรูดรั้งท่อนกายเร็วขึ้นเท่าไหร่ ปลายลิ้นร้อนชื้นของเด็กหนุ่มก็เร่งเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของอีกฝ่ายตามจังหวะอันร้อนแรงนั้น

“อืมมม ยูยะ..” คาเมะครางเฝ้าตอบสนองอารมณ์ที่ตัวเองเป็นคนจุดขึ้นให้ยูยะจากทั้งข้างบนข้างล่าง ในขณะที่ท่อนกายกลางลำตัวของตัวเองก็เริ่มดันตัวนูนขึ้นมาบ้างแล้ว

“คา..คาเมะ อะ..” ยูยะครางแล้วเลื่อนมือลงไปกุมส่วนที่นูนเด่นบนกางเกงของอีกฝ่ายบ้าง

“ช่วย…ฉันที..ยูยะ” คาเมะกระซิบเบาๆข้างหูคนหน้าหวาน ใบหน้าที่ขึ้นสีเลือดของยูยะพยักขึ้นลงช้าๆ มือเล็กค่อยๆปลดกระดุมกางเกงอีกฝ่ายออก

 

~今 この地球で君と僕が出会えたから
触れ合うように語り合おうよ~~

 

ยูยะชะงัก เมื่ออยู่ๆโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าหลังกางเกงดังขึ้น แต่คาเมะกลับไม่สนใจยังคงเร่งมือเคล้นคลึงท่อนกายของอีกฝ่ายพร้อมกับก้มลงจุมพิตซอกคอขาวเนียนดั่งไม่ได้ได้ยินเสียงโทรศัพท์ ที่ยังคงดังขึ้นเรื่อยๆก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ

“ค..คา.เมะ …อ..อืม โทร รศัพท์ อะ ด..ดัง อ..อ๊า~ “ ยูยะบอกออกมาอย่างยากเย็น ร่างเล็กบิดกายไปมาตามจังหวะรูดไล้ของคาเมะ

“ช่างมัน.. ยูยะ เร็วๆซิ” คาเมะกระซิบเร่งที่ข้างหู  ใบหน้าของยูยะแดงจัดริมฝีปากอิ่มขบเข้าหากันอย่างทรมาน

“ค..คาเมะ อาจ..จะ เป็น บอส โทร..ตาม ..ก..ก็ได้ อื่ออ” ยูยะบอกมือจิกลงกับบ่าของร่างโปร่ง ผิวกายสั่นระริก มืออีกข้างของเขาควานสะเปะสะปะไปข้างหลัง  พอกระทบเข้ากับเจ้าเครื่องมือสื่อสารขนาดจิ๋วก็รีบคว้าขึ้นดู

“ค..คาเมะ ร..เรียวจัง..โทรมา..จริงๆด้วย” เด็กหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงหอบจัดเหมือนวิ่งมาราธอนมาไม่ต่ำว่า สิบกิโลเมตร ดวงตากลมโตจ้องตาคาเมะอย่างอ้อนวอน คาเมะถอนใจเบาๆ

เสียงโทรศัพท์ที่ดังลั่นอย่างต่อเนื่องทำเอาเขาก็เริ่มหมดอารมณ์แล้วเหมือนกัน มือที่เคลื่อนไหวค่อยๆหยุดลงอย่างเชื่องช้า คาเมะซบหน้าลงกับซอกคอขาวของยูยะพร้อมกับกระซิบ

“รับซิ”  ยูยะจึงทำตามอย่างว่าง่าย

“โมชิ โมชิ”

~อยู่ไหน ห๊า เทโงชิ ผู้จักการมารอนาย เกือบ 20 นาทีแล้วนะ ~

เสียงของเรียวที่ลอดมาตามโทรศัพท์เล่นเอายูยะย่นคอด้วยความสยอง แต่คาเมะที่ได้ยินเสียงนั้นอย่างเต็มสองรูหูกลับ จิ๊ ปากอย่างเซ็งๆ

~เสียง ใคร? นายอยู่กับใคร เทโงชิ~

เสียงเรียวตะหวาดลอดมาในโทรศัพท์อีกครั้ง ทำเอายูยะสะดุ้ง

“ป..เปล่า ฮะ เรียวจัง ผมอยู่ในห้องน้ำ จะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ ..นะ” ยูยะเรียบบอกก่อนจะกดตัดสายอย่างรวดเร็ว แล้วถอนหายใจยาวเหยียด คาเมะจึงค่อยๆยืดตัวเต็มความสูงที่ไม่สูงไปมากกว่ายูยะเท่าไหร่นัก สายตาคมจ้องมองยูยะอย่างละห้อย

“ฉันต้องไปแล้ว อย่าทำหน้าอย่างนั้นซิ” ยูยะบอกเสียงหวาน พร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาใจคาเมะถอนหายใจอย่างเซ็งๆแต่ก็ยังมีกะใจเอื้อมมือมาจัดการกับกางเกงของคนตัวเล็กกว่าให้เข้าที่อย่างเรียบร้อย

“ไปเถอะ” ร่างโปร่งกัดฟันพูด คนตาโตได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แล้วเด็กหนุ่มดึงใบหน้าของคาเมะมาจูบอีกครั้ง อีกฝ่ายจึงตอบสนองจุมพิตนั้นอย่างดื่มด่ำจนคนตัวเล็กกว่าต้องครางประท้วง เกือบนาทีกว่าคาเมะจะยอมปล่อยยูยะให้เป็นอิสระ ใบหน้ากลมยิ้มหวานให้อีกครั้งก่อนจะเดินผละไป  คนที่อยู่ข้างหลังก็ได้แต่ถอนใจยาวยืนพิงกำแพงมองคนที่เดินจากไปอย่างอาวรณ์

…..คราวหน้าฉันไม่จะไม่ปล่อยให้นายไปง่ายๆแบบนี้แน่ เทโงชิ ยูยะ …..

 

 

 

“วันนี้คาเมะ มันเป็นอะไรทำน่าตาสยองยิ่งกว่าโคกิอีกว่ะ” ทัตสึยะกระซิบเบาๆกับยูอิจิพร้อมกับเหลือบตาไปมองคาเมะที่นั่งจ้องมือถือแล้วยิ้มเหมือนพวกโรคจิต

แถมทำตาวาววับยังกับว่าในโทรศัพท์มีคลิปที่เด็ดสุดๆในแบบที่ทุกคนคาดไม่ถึงซ่อนอยู่ ซึ่งความจริงอาจเป็นเช่นนั้นก็ได้ เพราะแม้แต่โคกิที่ชอบมาวนเวียนป้วนเปี้ยนนัวเนียกับคาเมะบ่อยๆ วันนี้มาเจออาการนี้เข้าอย่างจัง ยังต้องถอยไปตั้งหลักคุยกับจุนโนะอยู่อีกมุมของห้องแต่งตัว

“เจ้าคาเมะดูแปลกๆนะวันนี้” จุนโนะเอ่ยกับโคกิเบาๆในขณะที่มือก็พลิกนิตยสารเล่มหนาไปด้วย

“ใช่ รังสีอันตรายไม่ควรเข้าใกล้เกิน หนึ่งเมตร” โคกิกระซิบตอบ

“ทำไม?” ยิ่งคุยกันก็ดูเหมือนทั้งคู่ยิ่งกระซิบกันมากขึ้น ด้วยสาเหตุอันไดแม้แต่โคกิก็ยังไม่รู้

“ดูหน้าหมอนั่นดิ เหมือนเก็บกดมานานเป็นปี ใครเข้าใกล้มีหวังโดนจับกดโดยไม่รู้ตัวแน่ๆ” โคกิว่าพลางเสียวสันหลังแว่บๆ

 …เพราะว่าคนอย่าง โจ๊กเกอร์แรพเปอร์ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ จะไม่ยอมให้ไอ้หน้าสวยน้องเล็กประจำวงมากดได้หรอก เขาต่างหากจะเป็นฝ่ายกดหมอนั่นน่ะ…. โคกิคิดในใจพร้อมกับมองไปที่คาเมะด้วย

 

   เสียงสต๊าฟรายการร้องตะโกนโหวกเหวกอยู่หน้าประตู สมาชิกคัตตุนทุกคนต่างรีบขยับตัว โดยเฉพาะคาเมนาชิ คาซึยะ ที่ดูจะระริกระรี้เป็นพิเศษ

"คัตตุน คิว 5 นาทีครับ สแตนด์บายได้แล้ว" สมาชิกทุกคนตรวจสอบเสื้อผ้าให้เรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกมาที่หน้าประตูที่เปิดกว้างรออยู่  แต่แล้วหัวขบวนอันประกอบไปด้วยจุนโนะและโคกิก็พากันหยุดชะงัก ก่อนจะยิ้มอย่างยินดี

"เฮ้ๆ เรียวจัง ยามะพี !! " โคกิตะโกนอย่างดีใจเมื่อเห็นเพื่อนร่วมค่ายกำลังเดินจับกลุ่มมาตามทางเดิน

"อ้าววว คัตตุนนี่ เห๋??? เพิ่งรู้ว่าต้องออกคิวเดียวกัน" โคยาม่าร้องอย่างยินดี ทุกคนต่างยิ้มอย่างตื่นเต้นที่เจอเพื่อนร่วมค่ายที่สนิท แล้วต่างทักทายกันอย่างเป็นกันเอง

คาเมะเองก็ได้แต่มองไปที่น้องเล็กของอีกวงไม่วางตา แต่พอทำท่าจะเดินเข้าไปหา ตัวเขาก็โดนยามะพีดึงไว้ซะก่อน

"คาเมะ ไม่ได้เจอตั้งนาน เป็นไง ชูจิ คิดถึงอากิระ บ้างม๊ายยย" ยามะพีทำเสียงยานคาง เหมือนวิญญานของอากิระเข้าสิงร่างกระทันหัน พร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาหาคาเมะจนเจ้าตัวต้องรีบผลักใบหน้าหล่อๆ ที่แสดงอาการรั่วจัดของอากิระได้อย่างแนบเนียน ออกไปให้ห่างตัว

"ไม่ได้นะยามะพี ตอนนี้นายต้องเป็น ยาบุกิ โจ ไม่ใช่เหรอ" คาเมะว่า ยามะพีเลยหัวเราะออกมา 

"เก่ง  แสดงว่านายก็ติดตามฉันอยู่ใช่มั๊ย?" ยามะพีชี้มาที่อดีตคู่หู ชูจิโตะอากิระของเขา   คาเมะจึงหัวเราะออกมาบ้าง

"แน่นอนก็นายเป็นคู่หูของฉันนี่  เออ แล้วคอนเสิร์ตเคาท์ดาวน์ปีนี้ เราต้องขึ้นโชว์ด้วยกันอีกใช่มั๊ย?" คาเมะถาม แต่สายตากลับมองเลยไปด้านหลังของยามะพี

ใช่ ตรงนั้นมี เทโงชิ ยูยะยืนอยู่ กับลุคส์ใหม่ผมตรงในแบบที่คาเมะเพิ่งเห็นของจริงเป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้แค่เฝ้ามองอยู่ในโทรศัพท์มานานหลายอาทิตย์ เป็นไปตามที่คาเมะคาดที่ว่าผมทรงใหม่ของยูยะนั้นส่งผลให้เขาดูน่ารักยิ่งกว่าผมทรงหยิกหยอยนั่นเป็นกอง

"คิวครับ คัตตุน นิวสึ" เสียงสต๊าฟตะโกนดังมาจากหลังเวที ทำให้คาเมะไม่ได้ยินคำตอบจากยามะพี ซึ่งเขาก็ไม่ได้สนใจซักเท่าใหร่ เพราะตามัวแต่ไปมองที่น้องเล็กของวงเพื่อนร่วมค่ายมากกว่า

เสียงกริ๊ดจากภายนอกดังขึ้นเมื่อพิธีกรรายการ ซึ่งนั่นก็คือซากุราอิ โช รุ่นพี่ร่วมค่าย จากอาราชิประกาศให้คิวสำหรับพวกเขาทั้ง 2 วง สต๊าฟส่งสัญญานให้ นิวสึ เดินนำออกไปก่อนโดยยามะพีและมัตสึ และจึงตามด้วยสมาชิกที่เหลือ

คาเมะได้แต่ภาวนา ขอให้ยูยะเดินรั้งท้ายเข้าไว้ เขาพยายามที่จะส่งสัญญานให้คนตัวเล็กกว่าทราบ แต่ดูเหมือนยูยะจะมองไม่เห็นมันเลย เพราะเจ้าตัวนั้นเดินตามหลังมัตสึไปติดๆ ในส่วนของคัตตุนนั้นก็เป็นโคกิกับยูอิจิที่เดินนำออกมาก่อน แม้คาเมะจะอยากแทรกเพื่อนๆเพื่อเดินเข้าไปให้ทันยูยะแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้เลย สิ่งที่ทำได้จึงมีแค่เพียงเดินตามหลังเพื่อนร่วมวงออกมาเงียบๆ แต่แล้วคาเมะที่เดินก้มหน้าก้มตาออกมาเป็นคนสุดท้าย ก็ต้องแอบร้องตะโกนอย่างดีใจอยู่ข้างในคนเดียว เพราะเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าพื้นที่ที่ทัตสึยะบีบให้เขาต้องยืนนั้น มีร่างของคนที่เขาคิดถึงอยู่ตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมายืนอยู่  เท้าที่กำลังจะก้าวไปยืนด้านขวาของทัตสึยะจึงรีบก้าวมายืนฝั่งซ้ายมือของทัตสึยะแทบจะทันที และดูเหมือนว่าคนที่เดินออกมาก่อนจะเพิ่งรู้สึกตัว น้องเล็กของวงนิวสึจึงหันไปมองข้างหลัง แล้วรอยยิ้มอันแสนหวานก็กระจายทั่วไปหน้า

"คาเมนาชิคุง" ยูยะขยับปากเบาๆ คาเมะยิ้มตอบรอยยิ้มแสนหวานนั่น เขาหันไปมองเรียวที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างเกรงใจ

เมื่อพิธีกรเริ่มรายงานถึงผลงานต่างๆในรอบปีของทั้ง 2 วง คาเมะก็เริ่มขยับเข้าไปใกล้ยูยะทีละนิด แต่พอกล้องแพนมายังตำแหน่งที่เขายืน คาเมะก็ชะงักดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อย 

จริงๆเขาไม่ได้กลัวจะขัดใจแฟนคลับนะ ถ้าเขาจะทำอะไรประเจิดประเจ้อตรงนี้กับยูยะ เพราะตั้งแต่เจ้าเพื่อนตัวดี อาคานิชิ  จิน โกอินเตอร์ไปอเมริกา นอกจากกระแสคู่ อคาเมะแล้ว ก็เริ่มมีกระแสการจับคู่คาเมะกับคนอื่นไปเรื่อยเข้าแทรกมาไม่ขาด และหนึ่งในนั้นก็มีคู่ เทโกคาเมะ ด้วย ดังนั้นการจะเซอร์วิสแฟนๆซักเล็กๆน้อยๆก็คงจะไม่เป็นไร

แต่ว่าคนที่เขาเกรงใจจริงๆคงจะเป็นคนที่อยู่เบื้องบน ที่ป่านนี้คงจะนั่งทำงานอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกจอห์นนี่เอนเตอร์เทนเม้นท์โน่นต่างหาก

ในขณะที่พิธีกรรายงานไปเรื่อยๆ โดยที่คาเมะไม่สนใจจะฟังเท่าใหร่ เขาก็รู้สึกได้ว่า ร่างของยูยะนั้นก็ค่อยๆถอยหลังกลับมาหาเขาเหมือนกัน  ผมทรงใหม่ที่น่ารักแทบขาดใจดิ้นกับร่างเล็กที่เขาอยากกอดใจแทบขาดตอนเจอหน้าแว่บแรกที่หน้าห้องแต่งตัว ตอนนี้คนตัวเล็กกว่าอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม….

  ความรู้สึกทั้งหมดนั้นส่งผลให้เขาก้าวเข้าไปใกล้ร่างของยูยะมากขึ้น

“ยูยะ  วันนี้น่ารักที่สุดเลยรู้มั๊ย?” เสียงแหบกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู  ยูยะหันไปยิ้มกว้างส่งให้ ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อ ทำท่าจะส่งเสียงตอบแต่เรียวที่ยืนอยู่ข้างๆส่งมือมากระตุกชายเสื้อไว้ก่อน แล้วเสียงของยามะพีก็ดังขึ้น  ยูยะจึงหันไปโค้งอย่างขออภัยให้เรียวที่ยืนทำหน้าดุคุมอยู่ 

สิ้นบทสัมภาษณ์สั้นๆ พิธีกรก็ส่งคิวให้นิวสึไปเตรียมตัวสำหรับไลฟ์ สมาชิกทั้งหมดของวงต่างกล่าวคำขอบคุณพร้อมกับโค้งลงต่ำ แต่ก่อนจะเดินออกมาชายเสื้อสีดำของยูยะก็โดนดึงเล็กน้อย พอหันกลับไปก็พบกับสายตาคมๆที่จ้องมาอย่างหวานหยดของคาเมะนั่นเอง

“เลิกงานแล้ว กลับด้วยกันนะ” คาเมะขยับปากบอกเบาๆ ยูยะเปิดยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วรีบเดินตามเหล่าสมาชิกของวงออกไป

 

 

 

ในที่สุดการอัดรายการทั้งหมดก็สิ้นสุดลง สมาชิกคัตตุนต่างพากันบิดขี้เกียจ ระหว่างที่เก็บของส่วนตัวลงกระเป๋าของตัวเอง  

“คาเมนาชิ  วันนี้เป็นอะไร ไม่ค่อยเต้นเลยนะ” ยูอิจิถามขณะยัดเสื้อที่ได้จากสไตลิสต์ลงกระเป๋า

“อืม…นึกท่าเต้นไม่ค่อยออกน่ะ” คาเมะตอบยิ้มๆ โดยไม่ใส่ใจซักนิดว่า ยูอิจิจะแปลกใจแค่ไหนกับคำตอบนั้น

“เสร็จแล้ว ไปแล้วนะ บายๆ” คาเมะร้องออกมาอย่างร่าเริงก่อนจะเดินหิ้วกระเป๋าตัวปลิวออกไป ระหว่างทางเขาผิวปากจนเหล่าสต๊าฟสถานีต่างมองด้วยความแปลกใจ แต่ทุกคนก็ยังมีกระใจ เอ่ย ‘โอซึกาเระซามะ’ กับเขา  คาเมะก็โค้งตอบไปอย่างคนที่ถูกฝึกสอนมาดี  จนกระทั่งมาถึงลานจอดรถโทรศัพท์เครื่องจิ๋วก็ถูกควักออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค๊ท  แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจยัดมันกลับไปที่เดิมแล้วเดินไปยืนพิงผนังกระจก ริมประตูทางออกแทน

ไม่นานนักประตูก็เปิดกว้างออก คาเมะรีบยืนตัวตรงใบหน้าภายใต้แว่นสีชายิ้มกว้าง แต่แล้วเขาก็หุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเห็นชัดว่าคนที่เปิดประตูมาคือใคร

“อ้าวว คาเมนาชิคุง รอใครเหรอ?” มัตสึนั่นเองคือบุคคลที่เดินออกมา

“ป..เปล่า …แล้วสมาชิกคนอื่นล่ะ” คำถามของคาเมะทำเอามัตสึแปลกใจเล็กน้อย แต่เขาก็ยังตอบ

“เรียวจังกลับพร้อมยามาชิตะคุงแล้ว ส่วนชิเงะไปกับเคย์จัง ส่วนเจ้าเทโงชิ ไปเข้าห้องน้ำมั้ง”

คาเมะพยักหน้าก่อนจะยิ้มให้มัตสึ

“กลับบ้านดีๆล่ะ” มัตสึพยักหน้าอย่างงงๆ เขาโบกมือให้คาเมะก่อนจะเดินไปที่รถ คาเมะมองตามมัตสึไปจนสุดสายตาแล้วรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นมาที่ริมฝีปากบาง เขารีบเอากระเป๋าไปยัดใส่รถแล้วเดินกลับเข้าไปในอาคารอีกรอบ แต่คราวนี้เป้าหมายอยู่ที่ห้องน้ำชาย !!~

“ฮะก้าจัง อัดรายการเสร็จแล้ว พรุ่งนี้ผมหยุดจะกลับบ้านนะ”

เสียงหวานใสที่ดังลอดออกมาจากห้องน้ำ ทำเอาคาเมะยิ้มออกมา โชคเป็นของเขาที่ในห้องน้ำไม่มีใครนอกจากคนตาโตที่มัวแต่คุยโทรศัพท์อยู่ โดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างซักนิด

“ไม่ได้ฮะ วันนี้ผมนัดกับเพื่อนแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้นะครับ …นะฮะ ผมรักก้าจังนะครับ” ทันทีที่มือเล็กกดตัดสาย วงแขนอุ่นๆก็รวบร่างของคนตาโตเข้ามากอดแน่น ยูยะตกใจเล็กน้อย แต่เมื่อมองเห็นว่าเป็นใครเจ้าตัวก็ยิ้มแป้นออกมา

“ทำไมไม่บอกแม่นายล่ะว่ามีนัดกับแฟน ไม่ใช่เพื่อน” เสียงแหบกระซิบกับต้นคอด้านหลังทำเอายูยะขนลุกซู่ด้วยความจักจี้

“ต้องให้จอห์นนี่ซังอนุมัติก่อน ฉันถึงจะพูดแบบนั้นได้”  ยูยะหันไปบอกยิ้มๆ แล้วก็ต้องทำตาโตเมื่อโดนคนอายุมากกว่าขโมยจูบไปทีหนึ่ง อย่างห้ามใจไว้ไม่ไหว

“คาเมะนาชิคุง !!~ ไม่ได้นะที่นี่มัน…” ยูยะพูดได้แค่นั้นก็ต้องตาค้างอีกรอบเมื่อคาเมะก้มลงหอมแก้มยุ้ยๆนั่นซะฟอดใหญ่

“ก็คิดถึงนี่นา … อีกอย่างเห็นห้ามกันแบบนี้ แต่จริงๆยูยะก็ชอบเหมือนกันใช่มั๊ย” คาเมะถามยิ้มๆส่งผลให้แก้มยุ้ยๆที่เพิ่งโดนขโมยหอมไปเมื่อกี้ขึ้นสีเรื่อ ฝ่ามือเล็กๆของยูยะซัดเบาๆลงบนต้นแขนของอีกฝ่าย

“คาเมะบ้า กลับกันเถอะ เดี๋ยวใครมาเห็นม่ายดีเลย” ยูยะยกนิ้วชี้ส่ายไปมา คาเมะยกมือขึ้นตะเบ๊ะ ก่อนจะหันไปหยิบกระเป๋าของยูยะมาถือไว้อีกมือก็กระชับมือเล็กไว้แล้วเดินเคียงคู่กันไปยังรถที่จอดอยู่

 

“ทำผมทรงนี้แล้วยูยะของฉันน่ารักที่สุดเลย” คาเมะก้มลงกระชิบในขณะที่ใส่เข็มขัดนิรภัยให้อีกฝ่าย ยูยะอมยิ้มก่อนจะเอียงคอมองคาเมะ ที่ใบหน้าอยู่ห่างไม่ถึงสิบเซนต์

“คาซึยะก็หล่อเหมือนกัน” บอกอีกฝ่ายอย่างเอาใจ พร้อมกับจับปลายผมที่ชี้โด่เด่ของคาเมะเล่นไปมา

สายตาคมที่มองมาพราวระยับเหมือนมีใครเอาดาวทั้งฟ้ามาโปรย และมันก็ไม่ต่างกับดวงตากลมโตของอีกฝ่ายซักเท่าใหร่ ใบหน้าที่เคยห่างค่อยๆเคลื่อนที่เข้าหากันเหมือนมีแรงดึงดูด ในที่สุดระยะห่างทั้งหมดก็หายไปเมื่อริมฝีปากบางทาบทับลงบนกลีบปากนุ่ม ปลายลิ้นที่อ่อนหวานกวาดไล้ตามแนวฟันเรียงสวยอย่างโหยหาในสัมผัสที่ห่างหายไปนาน ต่างฝ่ายต่างเฝ้าตอบสนองความคิดถึงให้แก่กันและกัน เนิ่นนานจนกระทั่งเป็นยูยะที่ทำเสียงประท้วงอึกอัก ฝ่ามือน้อยๆพยายามผลักไหล่ของคาเมะออก แต่คาเมะก็ไม่ยอมแพ้พยายามรุกไล่อีกฝ่ายจนร่างของยูยะแทบจะจมลงกับเบาะรถ ฝ่ามือที่เคยประคองท้ายทอยเล็กเลื่อนมาตามสีข้างก่อนจะหายเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตสีขาว

 “ค..คาเมะ เดี๋ยว อืออ” เสียงที่พยายามประท้วงขาดหายไปเมื่อริมฝีปากร้อนๆไล่เรื่อยลงไปตามลำคอขาว กดจูบเพื่อสร้างร่องรอยของความเป็นเจ้าของไปทั่ว

 “ฉันคิดถึงยูยะ ใจจะขาดอยู่แล้วนะ” คาเมะกระซิบที่ข้างหูเสียงหวานออดอ้อนเอาแต่ใจ

 "กลับถึงบ้านก่อนก็ได้นี่" ยูยะต่อรองด้วยใบหน้าที่แดงจัด คาเมะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหวาน แล้วยกตัวขึ้นจูบเร็วๆทีหนึ่งบนกลีบปากนุ่มที่เริ่มจะบวมช้ำ

 "สัญญานะ" คาเมะทำเสียงอ้อนเหมือนเด็กๆ ยูยะจึงยิ้มก่อนจะพยักหน้า

 "อื่อ วันนี้ฉันจะตามใจคาซึยะทุกอย่างเลย แล้วก็...." ยูยะเว้นระยะพร้อมกับหรี่ตาลงนิดหนึ่ง

 "จะต่อให้จบจากคราวที่แล้วด้วย" เสียงหวานกระซิบเบาๆที่ข้างหูคาเมะ 

 คนตาคมทำตาโตขึ้นมาทันที เขาหันไปมองยูยะอย่างเจ้าเล่ห์จูบหนักๆทีหนึ่งที่ข้างแก้มอิ่ม ก่อนจะหันไปสตาร์ทรถแล้วรีบขับออกไป เป้าหมายอยู่ที่คอนโดสุดหรูใจกลางเมือง...

 

 

 

“ยูยะ " ท่ามกลางความเงียบสงบภายในลิฟท์ คาเมะก็เรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆ

 “หือ?” คนอายุน้อยกว่าขานรับแต่ตากลมโตก็ยังไม่ละไปจากตัวเลขสีแดงที่โชว์บอกชั้น ที่อยู่เหนือประตูลิฟท์

 “นายรักฉันรึเปล่า?"คำถามจากร่างโปร่งดังขึ้นพร้อมกับวงแขนอุ่นจัดที่รัดรอบกาย ยูยะยิ้มแล้วเอนตัวพิงไหล่บางของอีกฝ่าย

 “รักซิ ถามแปลกๆ แล้วคาซึยะล่ะ รักยูยะมั๊ย" ยูยะถามกลับ

 “รักมากกก " คาเมะลากเสียงยาว ยูยะหัวเราะออกมาคิกคัก แต่ก็ต้องย่นคอเมื่อริมฝีปากอุ่นจัดของคาเมะเริ่มไต่ไปตามลำคอขาว

 “คาเมะ..เดี๋ยวก่อนตรงนี้มีกล้องนะ" ยูยะร้องห้ามพร้อมกับเบี่ยงตัวหลบ คาเมะยิ้มที่มุมปากสายตาพราวระยับขี้เล่นจนยูยะขนลุก แล้วคาเมะก็พลิกร่างของยูยะดันจนติดผนังลิฟท์ แว่นตาสีชาที่ห้อยอยู่บนคอเสื้อก็ถูกดึงมาสวมให้คนตัวเล็กกว่าอย่างรวดเร็ว

 “แค่นี้ก็ไม่มีใครจำได้แล้ว " คาเมะบอกเสียงนุ่มแล้วก้มลงจูบร่างในอ้อมแขน

 “อื่อ....คาซึยะ เดี๋ยวเหอะ" ยูยะค้อนพลางตีลงบนไหล่คาเมะเบาๆ

 “เดี๋ยวอะไร หึ " คนอายุมากกว่าถามตาพราว มือหนายกขึ้นบีบแก้มนุ่มๆอย่างหมั่นเขี้ยว ยูยะอมยิ้ม

 “เดี๋ยวก็ถึงห้องแล้วนะดิ " เจ้าตัวเล็กหัวเราะร่า เมื่อลิฟท์เปิดออกเจ้าตัวก็รีบวิ่งไปยังห้องชุดสุดหรูที่อยู่ริมสุด แต่พอวิ่งมาถึงหน้าห้องหมายเลข 2311 ก็นึกได้ว่ากุญแจนั้นอยู่กับเจ้าของห้อง เขาจึงหันไปมองคนที่วิ่งตามหลังมา เพียงชั่วอึดใจที่ร่างโปร่งวิ่งมาถึง กุญแจในมือถูกไขอย่างรวดเร็ว พอประตูเปิดออกร่างสองร่างก็ล้มกลิ้งไปบนพื้นพรม ยูยะหัวเราะเสียงดังใต้ร่างของคาเมะที่ทาบทับอยู่ด้านบน คนทั้งคู่รู้สึกปลอดโปร่งใจและเป็นอิสระอย่างยิ่ง

ความรักที่ต้องปิดปังจากทั้งเพื่อนร่วมวงและเบื้องบนที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายต่อชีวิตในวงการของพวกเขา ก็คนที่คุณก็รู้ว่าใครนั่นแหละ นับตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไปในห้องนี้ ทั้งยูยะและคาเมะไม่ต้องกังวลใจอะไรอีกแล้ว

 

“คราวนี้จะทำอะไรก็ได้แล้วใช่มั๊ย?” คาเมะถามเสียงหวาน ยูยะยิ้มยกมือขึ้นโอบรอบคออีกฝ่ายหลวมๆ

 “เริ่มจากตรงไหนดีน๊า" ยูยะว่าพลางยกมือขึ้นเขี่ยกระดุมเม็ดแรกบนเสื้อของคาเมะ ดวงตากลมโตที่มองมาอย่างเชิญชวนทำเอาสมองของคาเมะเบลอไปหมด ลมหายใจแผ่วๆที่ใกล้เข้ามาทำให้คาเมะไม่กล้าแม้จะกระพริบตาด้วยซ้ำ

และแล้วริมฝีปากของทั้งคู่ก็เจอกันอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างเฝ้าถ่ายทอดความรักที่มีให้แก่กันผ่านรสจูบอันแสนหวาน ยูยะยันตัวขึ้นนั่งพร้อมกับดึงรั้งร่างโปร่งของคาเมะมาแนบกาย ริมฝีปากอิ่มกดจูบลงบนซอกคอของอีกฝ่าย ฝ่ามือเล็กลูบไล้ไปตามแผ่นอกเรียบเนียน คาเมะจึงขยับตัวพยุงร่างเล็กของยูยะพาไปยังโซฟากลางห้อง

เสื้อเชิ้ตสีขาวของทั้งคู่ถูกปลดทิ้งวางกองรวมกันที่พื้นพรมโดยไม่ไม่มีใครคิดจะสนใจ ฝ่ามือของคาเมะสัมผัสไปทั่วร่างเล็กที่เขาหลงไหล ยูยะหอบหายใจถี่เมื่อปลายลิ้นของคาเมะดูดกลืนตุ่มไตสีสีชมพูที่ตื่นตัวรับสัมผัสของอีกฝ่าย ฝ่ามืออีกข้างของคาเมะลากผ่านหน้าท้องเนียนเรียบหายเข้าไปใต้บ็อกเซอร์สีเข้ม

แค่เพียงโดยสัมผัสเพียงเล็กน้อยร่างกายของยูยะก็เหมือนจะหลอมละลายไปซะให้ได้ ภายใต้ฝ่ามือที่ร้อนผะผ่าวของร่างที่ทาบทับอยู่ด้านบน

 “ยูยะ ...อย่า เอาเปรียบกันซิ" คาเมะกระซิบเสียงพร่า ฝ่ามือน้อยๆของยูยะจึงยกขึ้นประคองใบหน้าคมไว้ แล้วประทับจูบลงบนกลีบปากบาง ปลายลิ้นสีชมพูไล้วนไปทั่วโพรงปากนุ่มแล้วเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นร้อนอย่างยั่วเย้าทำเอาคาเมะหลุดครางออกมา แล้วฝ่ามืออีกข้างของยูยะก็เลื่อนลงต่ำ สัมผัสกับกายร้อนของร่างโปร่ง ลมหายใจหอบของทั้งสองฝ่ายประสานกันอย่างลงตัว เมื่อฝ่ามือของทั้งคู่ขยับรูดไล้ช่วยตอบสนองความต้องการให้แก่กันและกัน

 “ค...คาซึ..ยะ " เสียงหวานใสร้องเรียกอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกทรมาน เมื่อปลายนิ้วของอีกฝ่ายค่อยๆเบิกช่องทางคับแคบเข้าไปภายใน ยิ่งคาเมะเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปแล้วเริ่มขยับ ยูยะก็ผวาตัวกอดร่างโปร่งไว้แน่น ริมฝีปากที่บวมช้ำกดจูบลงบนลำคอของอีกฝ่าย แล้วลากไล้ไปตามแก้มของคาเมะ

 “ค..คาซึ..ยะ ใส่..เข้ามาที..นะ" เสียงหวานเร่งบอก คาเมะก้มลงจูบอีกฝ่ายเพื่อผ่อนคลายความทรมานให้ แล้วค่อยๆแทรกกายร้อนเข้าไปยังช่องทางคับแคบแม้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่กายของยูยะก็สั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้ คาเมะจึงคู้ตัวลงกอดร่างเล็กกว่าไว้ พร้อมกับขยับกายให้เข้าไปลึกสุด ริมฝีปากบางแตะลงข้างใบหูเล็กแล้วกระซิบ

 “ขยับซิ ยูยะ ..” วงแขนเล็กกอดรัดร่างที่อยู่ด้านบนไว้แน่น ดวงตากลมโตหวานฉ่ำปรือจ้องอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ ยิ่งคาเมะส่งยิ้มที่มุมปากมาให้ กายของยูยะเหมือนจะหลอมละลายไปกับรอยยิ้มนั่น

ริมฝีปากของทั้งคู่บดเบียดดูดดึงด้วยอารมณ์วาบหวามพร้อมกับขยับกายส่วนล่างเข้าหากัน เสียงครางดังสลับกับเสียงหอบหายใจ ปนไปกับหยาดเหงื่อที่พร่างพรู ต่างร้องเรียกชื่อกันและกันดุจละเมอ ยิ่งคาเมะเร่งขยับกายร้อนเท่าไหร่ ยูยะก็รู้สึกเหมือนใจจะขาดตามไปด้วย

 “ค..คาซึ.ยะ อึก...ฉ..ฉันจะตายอยู่แล้ว..นะ อ๊าาา " เสียงหวานที่เอื้อนเอ่ยยิ่งเหมือนเป็นแรงกระตุ้นให้คาเมะเร่งจังหวะรักให้เร็วยิ่งขึ้น ฝ่ามือที่ประคองแผ่นหลังเล็ก เลื่อนมากอบกุมท่อนกายของอีกฝ่ายที่ตั้งชันเสียดสีกับหน้าท้องของเขาไปมายามเมื่อร่างโปร่งขยับกาย

 “ถ้า..จะ ต้องตาย เราก็ต้องตาย..พร้อมกัน ยูยะ " คาเมะบอก ใบหน้าที่พราวไปด้วยเหงื่อของยูยะส่งยิ้มหวานหยดมาให้ มือเล็กทาบทับลงบนหลังมือคาเมะ ก่อนจะออกแรงรูดรั้งท่อนกายของตนตามจังหวะรักที่โหมกระหน่ำระลอกแล้วระลอกเล่าของคาเมะ ใบหน้าหวานเบียดชิดกับซอกคอหอมกรุ่น ริมฝีปากที่บวมช้ำขบกัดกันแน่น สลับกับร้องครางเสียงหลง ยิ่งทำให้คาะเมะแทบจะละลายไปกับความน่ารักของร่างในอ้อมแขน

 “ม...ไม่ไหวแล้ว..นะ คาซึยะ อื่ออ ~" ยูยะร้องออกมา เมื่อแรงกระแทกเบื้องล่างเร่งจังหวะรักขึ้นเรื่อยๆ

 “ฉัน..ก็เหมือน..กัน … ไป...ด้วยกันนะ " น้ำเสียงที่แหบพร่าของคาเมะเหมือนเป็นแรงกระตุ้นให้กับร่างเล็ก เจ้าตัวขยับกายสอดคล้องกับร่างโปร่ง ด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี จนกระทั่ง

 “ค..คาซึ..ยะ ฉัน...อ๊าาา" ร่างกายของยูยะสั่นสะท้านเมื่อมาถึงจุดสูงสุดแห่งอารมณ์รัก คาเมะก็เหมือนกัน เจ้าตัวกระตุกอย่างแรง ร่างกายสั่นเทิ้ม ด้วยความสุขที่แพร่กระจายไปทั่วร่าง

"ย..ยูยะ รักนะ" เสียงแหบกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากบางกดจูบลงเบาๆที่ขมับเล็กอย่างเอาใจ ยูยะยิ้มทั้งๆที่หายใจหอบ

"ฉันก็รัก คาซึยะเหมือนกันนะ" ทั้งสองต่างประสานสายตา ส่งผ่านความรักให้กันเนิ่นนาน

ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน แม้ความลับนี้จะไม่สามารถบอกใครได้ แต่พวกเขาก็จะยังคงรัก และดูแลกันและกันตลอดไป แต่ว่าตอนนี้ .....

 

"คาเมะลุกไปซักทีซิ" ยูยะผลักอกอีกฝ่ายเบาๆ

"ต่ออีกรอบไม่ได้เหรอ " คาเมะบอกด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

"ก็ไหนบอกว่าจะตามใจฉันทุกอย่างไง โกหกนี่" คาเมะบอกเสียงกระเง้ากระงอด แต่ก็ไม่ยอมขยับกายลุกอยู่ดี

ยูยะหรี่ตาก่อนจะโน้มคออีกฝ่ายลงมาหาแล้วกระซิบ ...

 

"ก็......ไปที่เตียงดีกว่า ตรงนี้มันแคบ" ....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

......จบเหอะ ......

 




edit @ 5 Jan 2011 10:44:41 by Nashita

เอิ่มมมม ตอนนี้บ้าได้ที่คร้าบพี่น้อง ทั้งๆที่จะสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นอาทิตย์หน้าเนี่ย
ยังอ่านนิยายเรื่องนี้อยู่เลย T^T
ตอนนี้อ่านถึงเล่ม 26 แล้วล่ะ เลยพักไว้ก่อน เพราะ(คิดว่า) จะอ่านหนังสือสอบ แต่ว่า...
มันก็ยังหงุดหงิดในใจ เกี่ยวกับภาพยนต์เรื่องนี้ เลย....
ขอระบายหน่อยละกัน
ภาพยนต์หรือหนัง เรื่องเพชรพระอุมา จะสร้างขึ้นโดย ท่านมุ้ย มจ.ชาตรีเฉลิม  ยุคล  ณ.พร้อมมิตร
เห็นโครงการมานานแล้ว และท่านก็เรียก นักแสดงเข้าไปแคสกันหลายคนในช่วงหลายปีมานี่
โครงการจะสร้างต่อจาก ตำนานสมเด็จพระนเรศวร  ตอนนี้คาดว่า ตำนานฯ ใกล้เสร็จแล้ว
ข่าวของนักแสดงเรื่องเพชรพระอุมาก็ออกมาเป็นระลอก โดยล่าสุด นักแสดงนำ สำคัญๆทั้ง ๓ คือ
รพินทร์  คุณหญิงดาริน  แงซาย  ออกมาค่อนข้างชัดแล้ว แต่...ทำไมล่ะ?
โอ๊ยยยยยยยยยย  ก็ขัดใจนะเซ่  เรื่อง แงซาย ขอตัดไปละกัน เพราะเข้าใจถึงข้อจำกัด ที่จะหาคนมาเล่น
เพราะมันหายากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 
แต่พรานใหญ่กับคุณหญิงหมอนี่ดิ  อ๊อกกกกกกกกกกกกกกก  เอาจริงดิ
เรื่องพรานใหญ่นั้น สำหรับเรา เป็นคนนี้ (พี่หนึ่ง ชลัฎ) เราพอรับได้ แต่จะบอกเลยว่า
 รพินทร์ในจินตนาการของเรายังไงก็ไม่ใช่พี่หนึ่ง แต่ถ้าเป็นคนนี้เราก็พอรับได้ เรื่องหน้าตา
ยอมรับว่าใกล้เคียงนะ แต่การแสดงอันนี้ไม่รู้  ส่วนตัวแล้วคิดว่า การแสดงนั้น หน้าตาไม่ใช่เรื่องสำคัญ
ในการที่จะตรงบทประพันธ์ หรือไม่ แต่สิ่งสำคัญคือการแสดงออกต่างหาก และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือแววตา
รวมทั้งออร่า ของการเป็นพรานใหญ่ด้วย เค้าเรียกอะไร พลัง ใช่มั๊ย? พลังที่จะทำให้คนเชื่อว่านี่นะ
.....พรานผู้ยิ่งใหญ่  แห่งไพรกว้าง ผู้พิชิตสัตว์ ป่านรกดำ และเทือกเขาพระศิวะ ....
เราว่า พี่หนึ่งยังไม่ใช่อะออร่า ยังไม่ใช่พระเอก และพรานใหญ่คนนั้น
รพินทร์ ในจินตนาการของเราไม่หล่อค่ะ ตัวก็ไม่สูงด้วย แต่รพินทร์จะเท่ห์ ดูน่าเชื่อถือ(เมื่ออยู่ในป่า)
เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ ทั้งเวลาพูดปลอบ และเวลาขำหน้าตาย
แต่เวลานิ่งคิดหรือเครียดๆหน้าก็จะยุ่งๆเหมือนเด็กมีปัญหา 
 ซึ่งทั้งหมดเนี่ย การแสดงออกทางสายตาสำคัญที่สุด
ดังนั้น รพินทร์ ไพรวัลย์ ในจินตนาการของเราคือคนนี้ค่ะ 
พี่ป๋อ ณัฐวุฒิ   ฮ่าฮ่า  สุดท้ายก็เหมือนแฟนคลับมาอวยดาราตัวเอง
ยอมรับค่ะว่าชอบพี่ป๋อ ชอบตั้งแต่เรื่อง เก็บแผ่นดินแล้ว เฮียแกบ้าๆบอๆดี
แต่.....ตอนอ่านเพชรพระอุมาครั้งแรก เราจินตนาการไม่ออกหรอกว่ารพินทร์เป็นใคร แต่พอมาเห็นรูปแคสพี่ป๋อ
แล้วกลับไปอ่านเพชรพระอุมาต่อ กลับนึกหน้าพี่ป๋อซะงั้น แถมนึกได้เป็นฉากๆซะด้วย
เลยโอ้ !!!~  นี่แหละรพินทร์ของ ฉ้านนนนนนน   ยิ่งฉากต่อปากต่อคำกับคุณหญิง
ตอนยิงปืน ตอนเดิน ตอนนั่ง ตอนนอน ตอนคิด ทำหน้ายุ่งๆ ตอนมองคุณหญิง ตอนทำตัวเจียมบอดี้
และ ตอนร้องเพลงนิ้งหน่อง(ตอนนี้สำคัญสุดๆ)  มันใช่เลย  พี่ป๋อ ชัดๆ
ทั้งๆที่ตอนเห็นรูปก็เห็นทุกคนเลยนะที่มาแคส นั่นแสดงว่า พี่ป๋อ โดนกว่าเพื่อนใช่มั๊ย?
ถึงแม้ตอนนี้พี่ป๋อจะอ้วนไป แต่ว่าเฮียแกก็พยายาม ลดน้ำหนักอยู่ วันก่อนเห็นบอกว่าวิ่งไป ตั้งชั่วโมง
แต่มันคง ...เฮ้ออออ ...หมดหวังแล้วนี่นา  ไม่เป็นไรหรอก เพราะไม่ว่ายังไง รพินทร์ ไพรวัลย์ พรานใหญ่ในใจเรา
ก็ยังคงเป็น  พี่ป๋อณัฐวุฒิ คนนี้แหละ ไม่เปลี่ยนเป็นคนอื่นอีกแล้ววววววว
ต่อไปเป็นบทคุณหญิงดาริน นางเอกของเรื่อง  เอิ่มมมมมมมมมมมมมมมมม
ขอพูดชื่อนะ  ชามเนี่ยนะ !!!!~  ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ชามสวยตรงไหน ใครก็ได้ช่วยบอกที๊ T^T
นางเอก คือ ม.ร.ว. ดาริน  วราฤทธิ์  นะ หน้าหวานเด้อ แล้วชามหวานตรงไหนวะ
ตาโต ผิวสีงาช้าง  หน้ารูปใข่ จมูกรั้น  คือสวยอะค่ะ สวยมากกกก ด้วยยยยยยยย
อีกอย่าง คุณหญิง สูงแค่ 161-162 เองเด้อ ใครบอกว่าคุณหญิงสูง โปร่ง  ไปอ่านเลย ในจม.ที่ส่งมาหาพรานใหญ่ตอนจบภาคแรกอะ
เรื่องรูปร่าง ไม่จำเป็นต้องเน้นหรอก มันไม่ใช่ประเด็น เห็นคนพูดเหลือเกินว่า ชามรูปร่างใช่ โถ รูปร่างใช่ แต่หน้าไม่ใช่ แม่งงงง เสียรมณ์คอดๆ
แถมหน้าผากยังเถิกด้วย ปากก็แปลกๆ กว้างๆยังไงไม่รู้ พุดไทยก็ไม่ชัด ไม่ได้ว่าชามไม่สวยนะ แต่มันไม่ใช่อะ
ไม่ใช่อย่างแรง ตอนอ่านนะ คนที่พอจะจิ้นได้ มี ๒ คน คือพี่ติ๊ก กัญญารัตน์  กับ แอฟ ทักษอร
สองคนนี้ หน้าหวานมากๆๆๆ  แต่พอมานึกถึงการแสดงและท่าทางนะ เรา....ให้คนนี้อะ
หน้าตาใช่เลย!!!!~  ถึงหุ่นจะไม่ตรง แล้วใครเขาจะสน (วะ) ไม่ได้แก้ผ้าถ่ายทั้งเรื่องซักหน่อยยยยยยยย
ถามจริงไอ่คนบอกว่าหุ่นใช่มันเกี่ยวอะไรกับการแสดงค๊าาาาาาา ??????
ยิ่งเวลาไปเยี่ยมพวกลุกหาบ เป็นห่วงเป็นใย พุดจาหยอกล้อนะ เออ จิ้นเป็นแอฟได้เลย สวยๆแบบนี้
เวลาต่อปากต่อคำกับพรานใหญ่ (พี่ป๋อ) โอ๊ยยยย มันใช่เลยคร้าบท่านนนน
การแสดงแอฟทำได้ดีนะจะบอกให้ สงสัยคนอ่านคงลืมไปแล้วมั้งว่า คุณหญิงดารินนะ
จากสายตาการมองครั้งแรกของรพินทร์ คิดว่า ไม่น่าจะเดินป่าได้ เพราะสวยเกินไป น่าจะไปเป็นนางแบบ
ดูอ้อนแอ้น บอบบาง คือดูไฮโซ คุณหนูๆ อะ ตรงมั๊ย ?ตรงกับแอฟสุดๆ  แต่พอไปเดินป่า จึงค่อยๆเผยออกมาให้เห็นถึงความสมบุกสมบัน
ดาริน ไม่ใช่คนที่ แมน เท่ห์ มาตั้งแต่ต้นเด้อ จะบอกให้
ซึ่งในส่วนตรงนี้ เราว่าแอฟทำได้ ในการที่จะสมบุกสมบัน ดูอย่างใน ตำนานฯ ดิ การถ่ายทำหนักจะตาย
แต่แอฟก็ทำได้เราเชื่อใน พลังของความเป็นนักแสดง
การถ่ายทำจะ ทำให้แอฟกลายเป็นคุณหญิงดารินที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
เหมือนตัวคุณหญิงดารินในหนังสือแหละที่จะค่อยๆเรียนรู้ จากพรานใหญ่
 จนกระทั่งกลายเป็นหญิงสาวที่
ทั้งสวยทั้งเก่ง และแกร่งที่สุดในคณะเดินทาง
จบเรื่องของเรา ....แต่ เฮ้อออ ขอแถมนิ๊ดดดด
เราว่านะ ทำไมคนถึงมองแค่เรื่องหน้าตา ให้ตรงกับบทประพันธ์ หรือจะเป็นข้ออ้างในการเชียร์ งั้นเหรอ
เพราะ พี่หนึ่ง(ชลัฎ) คนก็บอกหน้าตาตรง แต่ส่วนสูงล่ะ ทำไมไม่มีคนมองตรงนี้ ได้ข่าวเค้าสูงกว่าพี่ป๋อ อีกนะ
และลักษณะท่าทางด้วย ทำไมไม่มองตรงนี้ว่าลักษณะของเขา มันสามารถเป็น พรานผู้ยิ่งใหญ่ได้มั๊ย
ส่วยเรื่องชาม นี่ก็อีกคน บอกว่ารูปร่างได้ เออนะ แต่ดันไม่มองหน้าตาซะงั้น รวมถึงการแสดงและส่วนสูงด้วย
สรุปต่างคนต่างคิดกันไป ต่างคนต่างเชียร์คนที่ตัวเองคิดว่าใช่ทั้งนั้น
เราก็แค่อยากระบาย ในความรู้สึกของเราที่มีต่อ หนังเรื่องนี้  อีกอย่างเราเพิ่งอ่านด้วย เลยยังจำได้ มากกว่าคนที่อ่านมานานแล้ว
ยังไงๆ ดาริน กับรพินทร์ ของเราก็ยังเป็น 2  คนนี้แหละ  และถ้าหนังออกฉายก็คงไม่ไปดูอะ
ขอเก็บ พรานใหญ่กับคุณหญิง หมอไว้ในจินตนาการ ดีกว่า
ถึงแม้เค้าจะชอบที่ป๋าเทพ ได้เป็นบุญคำก็เหอะ รวมถึงผู้พันเิบิร์ด กับบทพี่ใหญ่ คุณชายเชษฐาสุดที่รักด้วย T^T  
แงงงงงง  ต้องขออภัยทีมงานผู้สร้างด้วย ที่แฟนหนังสือเพชรพระอุมาคนนี้จะไม่ไปดูหนัง เพราะนักแสดงที่ท่านเลือก !!!!!~

 

edit @ 27 Nov 2010 11:14:14 by Nashita