Tadaima …..Okaeri (Jin X Yuya) ตอน 2

posted on 11 Oct 2009 20:02 by nashita

 

 http://img22.imageshack.us/img22/9384/jintesshim.jpg

Tadaima Part II [ by Jin]




 
นาฬิกาบนมือถือบอกวาเป็นเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้าแล้ว แต่ผมก็เพิ่งกลับมาถึงบ้าน แถมยังต้องยืนลังเลอีกว่าควรจะกดกริ่งรึว่าไขกุญแจเข้าไปเลย ก็คนมันไม่เคยอยู่ร่วมบ้านกับใครนี่ครับ คิดอยู่นานสุดท้ายผมก็ตัดสินใจเลือกอย่างหลัง ก็นี่มันบ้านของผมนี่!!~ ไม่รุป่านนี้เจ้าเด็กคนนั้นจะตื่นรึยัง ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายวันไม่รู้เจ้านั่นจะเป็นยังไงบ้าง เหมือนผมใจร้ายยังไงไม่รุ ทั้งๆที่รับปากคุณยายแล้วแท้ๆว่าจะช่วยดูแลเขา แต่ผมก็ไม่ได้ทำ ก็งานผมมันยุ่งนี่ มันไม่ใช่ข้ออ้างนะครับ ช่วงนี้ผมกำลังปรับปรุงต่อเติมร้านใหม่ เลยไม่ได้กลับบ้านผมไม่ได้ไปเถลไถลที่ไหนหรอกน่า อีกอย่างเจ้านั่นก็โตแล้วคงดูแลตัวเองได้หรอก


ผมถอดรองเท้าออกวางที่ชั้นแล้วมองไปรอบๆบ้าน เงียบจังเลยแฮะ มองไปที่ชั้นวางรองเท้านับๆดูแล้วก็มีแต่รองเท้าของผม


.....เจ้านั่นไปไหน? ออกไปข้างนอกมั้ง? ..... ผมคิดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินเข้าบ้านแล้วล้มตัวลงนอนที่โซฟา วันนี้เหนื่อยจัง ขี้เกียจอาบน้ำ นอนตรงนี้เลยละกัน แล้วผมก็ล้วงกระเป๋าตังค์ กับโทรศัพท์มือถือออกมาวางไว้บนโต๊ะ งานที่หนักหนาสาหัสช่วงนี่ทำเอาผมแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนต้องค้างที่ร้านทุกวัน ขนาดร้านผมมีหุ้นส่วนตั้งสี่คนนะเนี่ย แต่ผมก็ยังเหนื่อยสุดๆอยู่ดี เพราะการปรับปรุงคราวนี้เป็นหน้าที่ของผมโดยตรง ส่วนไอ้บรรดาคุณเพื่อนที่ควบตำแหน่งผู้ถือหุ้นเลยสบายไป ไม่ว่าจะเป็นไอ้พีที่คอยทำบัญชีของร้าน ไอ่ยูทำหน้าที่คอยดูแลลูกค้า หรือว่าไอ่เรียวที่ดูแลพนักงาน งานของไอ้พวกนั้นมันจะมีเข้ามาตลอดเวลานะครับ ส่วนงานของผมเนี่ยนานๆจะมาที แต่ว่าพองานเข้าแต่ละครั้งทำเอาผมแทบสลบ เฮ้อ..... แต่ผมก็ชินแล้วละ ก็ชีวิตผมไม่ได้สบายเหมือนคนอื่นนี่ ผมเลือกที่จะทำงานทันทีที่จบมอปลายไม่เข้ามหาวิทยาลัยเหมือนคนอื่น ไม่ใช่ว่าทางบ้านผมขัดสนเงินทองอะไรนะ แต่ผมไม่ยอมเข้าเองแหละ คุณค่าของชีวิตคนไม่ได้วัดกันที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังนี่นา ขอแค่เราได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วละ


พูดแล้วก็นึกถึงคุณยาย ป่านนี้ท่านจะเป็นยังไงบ้างนะ ไม่ได้เจอกันนานแล้วซิ ผมดูเหมือนจะเป็นหลานที่อกตัญญูเลยนะครับ ตั้งแต่คุณยายย้ายไปอยู่ที่ฟุคุโอกะ ผมก็ไม่ได้ไปหาท่านเลย เมื่อก่อนท่านเคยอยู่กับผมครับ ท่านนี่แหละเป็นคนเลี้ยงผมเวลาที่พ่อกับแม่ออกไปทำงานนอกบ้าน จนผมโตท่าน จึงบอกว่า

'จินคุงโตแล้ว ต่อไปยายก็จะทำในสิ่งที่ยายอยากทำบ้างหละ'

สิ่งที่คุณยายผมอยากทำ นั่นก็คือไปอยู่บ้านนอก ปลูกผักทำเกษตรกรรม -*- ก็บ้านของเจ้าเด็กเทโงชิ นั่นแหละ ผมอยากรู้จังว่าเด็กนั่นทำยังไงถึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง อย่าง วาเซดะ ได้ ทั้งๆที่เป็นเด็กบ้านนอกแท้ๆ
..... ผมเปล่า อิจฉาเขานะ แค่อยากรู้เฉยๆ .....


แล้วจู่ๆใบหน้าใสๆของเจ้าเด็กนั่นก็ลอยมา แล้วนี่ผมจะไปนึกถึงเจ้านั่นทำไม?? อืมมม จริงๆแล้วผมพอรู้นะว่าบ้านเจ้านั่นรวย แต่ที่ชอบว่าหมอนั่น เรื่อง ขโมยแว่นตานะ ผมแค่หมั่นใส้ คิดดูซิคร้าบบ ตั้งแต่หัวจรดเท้านะแบรนด์เนมทั้งน้าน ยั๊ง จะมาแฮฟเอาของคนอื่นอีก แถมแว่นตาอันนั้นเป็นของที่เพื่อนสนิทผมซื้อให้เป็นของขวัญด้วย ถ้าหายไปจริงๆผมเสียดายนะ


ผมเริ่มคิดเรื่อยเปื่อยจากเรื่องนั้นกระโดดไปเรื่องนี้ ตอนนี้หัวสมองผมเริ่มเบลอแล้วละ จากเรื่องคุณยายมาเรื่องเจ้าเทโงชิ จนมาถึงเพื่อนสนิทจนมาถึง .........


......


...................

........................................
 
"Oh Yeah!!!!~ Oh Yeah!!!!~ Yo!!~ Yo!!!!~"


"Oh Yeah!!!!~ Oh Yeah!!!!~ Yo!!~ Yo!!!!~"



เสียงโทรศัพท์ที่ร้องดังลั่นทำเอาผมงัวเงียตื่นขึ้นมา ไม่อยากตื่นเลยให้ตาย ใครวะ มือของผมค่อยๆควานไปรอบๆโต๊ะ พอเจอไอ้เจ้าเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กก็รีบเปิดฝากดปุ่มรับสายทันที รำคาญเสียงโทรศัพท์ชะมัด
"โมชิโมชิ" ผมกรอกเสียงลงไป ปลายสายเงียบครับ ไม่พูด ให้ตายจะแกล้งกันรึไง
"ว่าไง ใครวะ ไม่พูดฉันวาง" ผมกระแทกเสียงอย่างฉุนๆ
"อ....อาคานิ...ชิ" เสียงสั่นๆตอบกลับมา คุ้นๆนะ ใคร??
"หือ?? ใครนะ" ตอนนี้ผมตื่นเต็มตาแล้วครับ แต่ก็ยังคงนอนอยู่บนโซฟาเหมือนเดิม
"ฉันเอง ....เทโงชิ" อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยเสียงสั่นๆเหมือนจะร้องให้ทำเอาผมลุกพรวดพราดขึ้นมานั่ง
"เฮ้ๆ เกิดอะไรขึ้นกับนาย เจ้าเตี้ย!!~"
"บอกแล้วไงไม่ได้ชื่อเตี้ย!!~" เจ้านั่นตอบกลับมาแทบจะทันที โหทั้งๆที่เสียงเหมือนจะร้องให้ขนาดนั้นยังมีกะใจจะเถียงอีกนะ
"เออๆ ... เกิดอะไรขึ้นเทโงชิ" ผมยอมแพ้แล้วถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าโอเคที่สุด
"ช....ช่วยฉัน ด้วย" ตอนนี้เสียงหมอนั่นเหมือนจะร้องให้ขึ้นมาจริงๆแล้ว ผมเบิกตากว้างแล้วรีบลุกขึ้นยืน
"ใจเย็นๆนะ ตอนนี้นายอยู่ไหน" ผมถามกลับไปอย่างร้อนรน
"ม...ไม่รู้" เจ้านั่นตอบกลับมา อ้าวกรรม -*- แล้วจะให้ผมไปช่วยได้ยังไง๊!!~
"เอาอย่างงี้ บอกฉันมาตอนนี้รอบๆตัวนายอะมีอะไรบ้าง" ผมพยายามถามอย่างใจเย็น
"มี.... มีร้านสะดวกซื้อ..." คำตอบของเจ้านั่นทำเอาผมต้องกุมขมับ พระพุทธเจ้า!!!~ ร้านสะดวกซื้อมีเป็นแสนครับที่โตเกียวนี่นะ
"มีอะไรอีก" ผมถามต่ออย่างใจเย็น แต่แอบกัดฟันนิดๆ
"มีศาล...เจ้า เขียนว่า อิมามิยะ" เฮ้ออ .... ก็แค่นั้น ผมถอนหายใจก่อนจะหันไปคว้าเสื้อคลุม
"รออยู่แถวนั้นนะ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ" ผมบอกเจ้านั่นก่อนจะใส่เสื้อ คว้ากุญแจกับกระเป๋าสตางค์ แล้ววิ่งออกมาจากบ้าน น้ำก็ไม่ต้องอาบกันละ ฟันยังไม่ได้แปรงเลยเนี่ย แต่ช่างเหอะ ผมว่าถ้าผมไปช้ามีหวังเจ้านั่นร้องให้ขี้มูกโป่งแน่นนอน

ว่าแต่เจ้านั่นไปทำอะไรแถวนั้นนะ เอ๊ะ!!~ แถวนั้นมันไม่ไกลจาก โชได นี่ คงจะไปมหาวิทยาลัยซินะ ไปแล้วมันเกิดอะไรขึ้นนะถึงเสียงสั่นแบบนั้น ผมคิดไม่ตกขณะวิ่งลงมาถึงถนนก่อนจะโบกแทกซี่ที่วิ่งผ่านมา

"ไปศาลเจ้า อิมามิยะ ครับ"ผมบอกลุงคนขับทันทีที่ขึ้นไปนั่ง คุณลุงพยักหน้าก่อนจะออกรถ ผมยกมือถือขึ้นมาดู เพิ่งนึกได้ว่าเจ้านั่นเอาเบอร์ผมมาจากไหน ??? ก่อนจะนึกได้คุณยายผมคงให้ไปซินะ เพราะผมก็ยังได้เบอร์เจ้านั่นเลย มีเบอร์ผมอยู่แล้วทำไมตอนมาวันแรกถึงไม่โทรบอกกันซักนิดว่าจะมาสายปล่อยให้ผมนั่งอดนอนรอตั้งนาน เฮอะ เจ้านี่ถนัดจริงๆการสร้างเรื่องปวดหัวให้คนอื่นเนี่ย


ผมนั่งมองวิวสองข้างทางไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงจุดหมาย จ่ายค่าแทกซี่รับใบเสร็จก้าวออกมาจากรถอย่างมาดมั่น กวาดสายตามองหาเจ้าเตี้ยซักพัก ไม่เจอครับ ไปมุดหัวอยู่ไหนเนี่ย !!~ ผมเดินไปรอบๆก่อนจะนึกได้เจ้านั่นบอกว่ามีร้านสะดวกซื้อนี่ ผมเลยเดินย้อนกลับออกมาด้านหน้า นั่นไงร้านสะดวกซื้อ เดินๆไปกวาดตาหาหมอนั่นไป อ๊า~ เจอแล้ว เจ้านั่นกำลังนั่งอยู่ริมทางเท้าบนขอบหินอ่อนที่เค้าปลูกต้นไม้กัน

ว่าแต่..... ทำไมทำหน้าเหมือนหมาหลงทางอย่างนั้นอะ

.....เฮ้ยยยย รึว่าจะหลงทางจริงๆ!!!~....

 "อาคานิชิ!!~" เจ้านั่นร้องลั่นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอผม ดูแววตากับรอยยิ้มนั่นดิ เหมือนเด็กหลงทางไม่มีผิด
-__-^ ผมเดินช้าๆเข้าไปหาเขาที่วิ่งเข้ามาหาผมอย่างดีใจ ผมว่าถ้ากอดได้เขาคงกอดผมไปแล้วละ แต่นี่เห็นเขาหยุดกึ่กเมื่อเดินมาจนชิดผมแล้วอะ


"ในที่สุดนายก็มา!!~" เทโงชิพูดด้วยสีหน้าโล่งอกอยู่ตรงหน้าผม อ๊า~ ผมไม่ค่อยชินเลยแฮะ เลยยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยเบาๆ
"เกิดอะไรขึ้นละ" ผมถาม เขานิ่งก้มหน้างุด ก่อนจะอ้อมแอ้มบอกออกมา
"ฉันหลงทาง" นั่นไง ถ้าซื้อหวยแล้วถูกแบบนี้ผมคงรวยไปแล้วละ ดูดิทั้งหูทั้งหน้าแดงไปหมดเลย คงจะอายละซี่
“แล้วนายมาทำอะไรแถวนี้เนี่ย” ผมถามออกไป เทโงชิเลยเงยหน้าขึ้นมามองผม
“วันนี้ฉันต้องไปรายงานตัวที่มหา’ลัย ตอน 9 โมงครึ่ง T^T” เจ้าเตี้ยบอกผมพร้อมกับทำหน้าเหมือนจะร้องให้ ผมขมวดคิ้วก่อนจะล้วงมือถือออกมาดูเวลาแล้วต้องเบิกตาโพลง
“เฮ้ยยย เหลือเวลาอีก 20 นาทีเองนี่” ผมตะโกน เจ้านั่นพยักหน้าหงึกหงัก ตาโตๆของเขาดูแดงๆ ผมว่าถ้าผมไม่ทำอะไรซักอย่าง วันนี้ผมต้องได้เห็นน้ำตาเจ้านี่แน่ๆ ผมหันไปมองรอบๆตัว ถ้านั่งรถไปตอนนี้ไม่ทันแน่ แถวนี้รถติดยังกะอะไรดี
“มานี่” ผมว่าก่อนจะคว้าเข้าที่แขนเล็กๆของเจ้านั่น ให้ตาย บ้านเทโงชิเลี้ยงเจ้าเตี้ยด้วยอะไรเนี่ย ทำไมเขาผอมแบบนี้เนี่ย
“ไปไหน?” เขาถามผมด้วยความสงสัย ผมหันไปมองรอบๆตัวอีกครั้งก่อนจะหันไปบอกเจ้าเทโงชิ
“ฉันจะพานายไปมหา’ลัย” พูดจบผมก็กระตุกมือเล็กๆนั่นแล้วออกวิ่งทันที ดูเหมือนเทโงชิเขาจะถลาเล็กน้อยตามแรงดึงของผม เพราะผมได้ยินเขาร้อง ‘เฮ้ย’ เบาๆด้วย แต่สุดท้ายเขาก็คงจะตั้งตัวได้ เลยไม่ปริปากพูดอะไรซักคำ ได้ยินแต่เสียงหอบนิดๆแต่เขาก็ยังคงวิ่งตามแรงดึงของผมที่พาวิ่งเข้าออกตามตรอกซอยต่างๆ และแม้ว่าผมจะก้าวขายาวๆแค่ไหนเขาก็ยังคงวิ่งตามผมทัน เราวิ่งกันมาเรื่อยๆจนกระทั่งมาหยุดที่ประตูด้านทิศตะวันออกของโชได ผมหันไปมองใบหน้าใสๆของเจ้านั่นที่ตอนนี้ที่แดงจัดและมีเหงื่อผุดขึ้นมาตามไรผม


ดูเขาจะเหนื่อยไม่น้อยเลยนะ ผมก็เหนื่อยเหมือนกันแหละ เพิ่งได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง เหลือเชื่อชะมัดว่าผมจะสามารถวิ่งระยะทางได้ไกลขนาดนี้ ผมค่อยๆล้วงมือถือออกมาดูเวลาอีกครั้งก่อนจะหันไปยิ้มให้เจ้าเทโงชิ

“เหลือเวลาอีก 5นาที เข้าไปข้างในเถอะ” ผมบอกเขา เทโงชิที่ยืนหอบตัวโยนค่อยๆยืดตัวขึ้น เขาหันมามองผมอย่างลังเล แล้วเขาก็กระตุกมือผม อ้าว ผมลืมไปซะสนิทว่ายังคงจับมือเขาอยู่ ผมยิ้มแหยๆส่งให้เขาก่อนจะปล่อยมือเขาให้เป็นอิสระ อ๊า~ให้ตายผมรู้สึกแปลกๆนะเนี่ย แล้วสายตาหมอนั่นที่ยังจ้องผมอยู่อีกละ ผมไม่อยากยอมรับหรอกนะว่าตอนนี้ผมกระดากใจจังเลย


“เข้าไปข้างในด้วยกันหน่อยดิ” เทโงชิพูดขึ้นมาเบาๆทำเอาผมหูผึ่ง
“ห๊า!!~” ผมร้องออกมาด้วยความแปลกใจ เมื่อกี้ผมฟังไม่ผิดใช่มั๊ย? เขาขอให้ผมเข้าไปข้างในด้วย
“นะ ..... เข้าไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย” คราวนี้ได้ยินชัดเลยแถมน้ำเสียงของเขาติดจะอ้อนๆด้วยซ้ำ
“ไม่เอาหรอก ทำไมฉันจะต้องเข้าไปเป็นเพื่อนนายด้วย” ผมบอกออกไป ถ้าไม่จำเป็นผมไม่อยากจะเข้าไปในรั้วของมหาวิทยาลัยหรอก ผมไม่ค่อยชินหนะ
“นะ...อาคานิชิ ฉัน .... ไม่ค่อยมั่นใจเลย คิดซะว่าไปในฐานะผู้ปกครองก็ได้” ผมหันไปมองหน้าเจ้านั่นแทบจะทันทีเมื่อได้ยินเหตุผลที่ไม่เข้าท่านั่น
“นายจะเข้าโรงเรียนอนุบาลรึไง!!~ ถึงต้องมีผู้ปกครอง นี่มันมหา’ลัยนะ” ผมว่าทำเอาแก้มที่เคยป่องๆอยุ่แล้วของเจ้านั่นพองลมขึ้นไปอีก คิดว่าน่ารักนักรึไง -*-

“ชิส์ ...แค่นี้ก็ไม่ได้” เขาว่าอย่างงอนๆ

เฮ้ยๆ.... เจ้านี่มีสิทธิ์อะไรมางอนผมเนี่ย....

ผมมองเขาสลับกับมองเข้าไปข้างในรั้วมหาวิทยาลัย มีนักศึกษาหลายๆคนเดินเข้าออกไปมา มองไปที่หอประชุมใหญ่ที่ติดป้ายปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ก็เห็นมีเด็กไม่กี่คนที่มีผู้ปกครองมาด้วย และส่วนใหญ่เด็กพวกนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นพวก ‘คุณหนู’ ทั้งนั้น
ผมปรายตามามองคนที่ยืนข้างๆ อ้อ เพิ่งจะนึกได้ว่า เจ้าเตี้ยที่ยืนอยู่ข้างๆผมก็เป็น พวก ‘คุณหนู’ เหมือนกัน

เฮ้อ...... ก็ได้วะ ผมถอนหายใจก่อนจะย่างก้าวเข้าไปในเขตรั้วของมหาวิทยาลัยวาเซดะ เออก็ไม่เห็นเป็นไรนี่หว่าไฟก็ไม่ได้ช็อตรึว่าแผ่นดินก็ไม่ได้ถล่มนี่หว่า
“ว่าไง ไม่เข้าไปรึไง เลยเวลามาหลายนาทีแล้วนะ” ผมหันไปบอกเจ้าเทโงชิที่ยืนอยู่ข้างหลัง แล้วผมก็เห็นเขายิ้ม ให้ตายผมเพิ่งรู้ ว่าโลกนี้มันสว่างขนาดนี้เลยเหรอ ผมเดินช้าๆเข้าไปข้างในโดยมีเจ้าเทโงชิเดินอยู่ข้างๆ เมื่อเราเข้ามาถึงหอประชุมก็เห็นแถวอันยาวเหยียดของนักศึกษาใหม่ที่รอจะลงทะเบียนรายงานตัวอยู่ ผมพยักหน้าให้เทโงชิก่อนจะถอยออกมานั่งที่เก้าอี้ที่เขาจัดเตรียมไว้สำหรับผู้ปกครอง-*-


นี่ผมแก่ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย พระพุทธเจ้า!!~

มือที่แตะที่ไหล่แรงๆทำเอาผมค่อยๆงัวเงียลืมตาขึ้นสายตาที่เคยพร่าเบลอค่อยๆแจ่มชัดขึ้น ใบหน้าของชายวัยกลางคนลอยอยู่ห่างเพียงนิดเดียว ผมหันไปมองรอบๆตัวอย่างแปลกใจ นี่ผมเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อใหร่เนี่ย


“เชิญผู้ปกครองด้านนอกด้วยครับ เรากำลังจะปิดหอประชุม เพราะนักศึกษาใหม่ที่ลงทะเบียนเสร็จตอนนี้แยกไปทำกิจกรรมของคณะแล้วครับ” คุณลุง เอ้ยย อาจารย์คนนั้นบอกผมอย่างสุภาพ ผมจึงหันไปมองรอบๆตัวเห็นพวกอาจารย์และเจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันเก็บโต๊ะเก็บเก้าอี้ นี่ผมหลับไปนานเท่าใหร่เนี่ย


.....ให้ตายเหอะน่าอายชะมัด ทำไมเจ้าเตี้ยไม่ปลุกผม!!!~ .... ผมคิดอย่างหัวเสีย ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นอะไรบางอย่างติดอยู่ที่เสื้อของผม ผมหยิบมันขึ้นมาดู มันเป็นโน้ตหนึ่งแผ่น

...... เห็นนายหลับสบายเลยไม่อยากปลุก ฉันเขาไปทำกิจกรรมของคณะแล้วนะ.....


ผมอ่านลายมืออันเป็นระเบียบนั่นด้วยความรู้สึกกึ่งโมโหกึ่งขำ เจ้าเตี้ยเทโงชิเอ้ย.......
ผมโค้งให้อาจารย์คนนั้นทีหนึ่ง แล้วเดินออกจาหอประชุมมา ก้มลงมองโน๊ตอีกครั้งก่อนจะยัดมันลงกระเป๋าเสื้อ รู้สึกทั้งฉุนทั้งตลก เชื่อเลย เจ้าเตี้ยนี่ขยันสร้างเรื่องปวกหัวให้คนอื่นจริงๆเลย!!!~



...............


...........................






มือที่กำลังจะกดกริ่งของผมชะงัก เมื่อนึกได้ว่าตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามกัน นี่เป็นวันแรกในรอบหลายๆวันที่ผมกลับบ้านเวลานี้ ปกติผมจะกลับมาโน่นเช้า แต่วันนี้พอร้านปิดผมก็ออกมาเลย เพราะว่าไอ้คุณเพื่อนนามว่า ยามะพี หรือที่ผมเรียกมันว่า พี อุจส่าห์มาส่งถึงที่ ผมเปล่างกนะแต่ค่าแท็กซี่ ช่วงหลังเที่ยงคืนของโตเกียวนะแพงชิบ นี่แหละเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงนอนที่ร้านแล้วกลับเข้าบ้านตอนเช้า อ๊า~ผมยังไม่ได้บอกนี่ครับว่า นอกจากจะเป็นเจ้าของร้านเองแล้ว ผมกับเพื่อนๆที่เป็นหุ้นส่วนกันพวกเราตั้งวงเล่นดนตรีที่ร้านด้วย นี่ไงหละเป็นเหตุผลว่าทำไมงานของผมถึงยุ๊งยุ่งจนไม่มีเวลาพักผ่อนเลย แถมที่ร้านก็ไม่มีเตียงให้นอนด้วยมีแต่โซฟาแข็งๆ วันนี้แหละที่ผมจะได้นอนเตียงนุ่มๆซะที แค่คิดก็สุขใจแล้ว ผมค่อยๆไขกุญแจเข้าไปในบ้านแล้วเดินไปยังห้องครัว แล้วสายตาของผมก็เหลือบขึ้นไปยังชั้นลอยที่อยู่ติดกับครัวอย่างช่วยไม่ได้ ตั้งแต่วันที่ผมไปเป็นเพื่อนเจ้านั่นที่มหาวิทยาลัยวันนั้น ผมก็ไม่ได้เจอหน้าเจ้านั่นอีกเลย เพราะว่ากว่าผมจะเข้าบ้าน เขาก็ออกไปเรียนแล้ว และกว่าเขาจะเลิกเรียนกลับบ้านผมก็ออกไปทำงาน ชีวิตเราสองคนเหมือนกลางวันกับกลางคืนเลยเนอะ สิ่งที่ผมเจอก็จะมีแค่......


...... กลับมาแล้วเหรอ ฉันซื้อกับข้าวมาให้อยู่ในตู้เย็นนะ.....


ผมก้มลงอ่านโน๊ตที่ติดอยู่หน้าตู้เย็นแล้วต้องอมยิ้มออกมา นี่แหละครับสิ่งที่ผมบอก ทุกครั้งที่ผมกลับเข้าบ้านมา ผมก็จะเจอกับโน้ตนี่พร้อมกับ อาหารกล่องรสชาติไม่ได้เรื่องของร้านสะดวกซื้อแถวบ้าน ผมว่าเจ้าเด็กนี่ต้องติดนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบบนี้มาจากบ้านนอกแน่ๆเลย เห็นแล้วผมก็อดไม่ได้ที่จะหยิบปากกาที่วางอยู่บนหลังตู้เย็นมาเขียน ตอบให้เขา

...... กลับมาแล้ว อาหารรสชาติไม่ได้เรื่อง ....ขอบใจนะ.....


ผมยิ้มอีกครั้งก่อนจะหยิบซูชิที่เย็นชืดนั้นเข้าปาก รสชาติไม่ได้เรื่องจริงๆ นี่เจ้าเด็กนั่นต้องกินอาหารแบบนี้ทุกวันเหรอเนี่ย!!~!


..................


........................................


..............................................................



แสงแดดอันอบอุ่นส่องมากระทบตาผมในเช้าวันใหม่ผมงัวเงียตื่นขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกในรอบเดือนเลยนะที่ผมได้ตื่นเช้าขึ้นมาบนเตียงที่แสนรักของผม รู้สึกดีชะมัดจนไม่อยากลุกเลยแถมวันนี้เป็นวันอาทิตย์

วันหยุดของผมคร้าบ วันนี้ผมไม่ต้องไปร้องเพลงที่ร้าน แต่ก็อาจจะเข้าไปดูความเรียบร้อยนิดหน่อยแหละ นี่มันกี่โมงแล้วนะ ผมเหลือบสายตาไปมองนาฬิกาที่วางอยู่หัวเตียง จะเที่ยงแล้ว มิน่าถึงรู้สึกหิว ผมเดินเมาขี้ตาออกมานอกห้อง แล้วต้องชะงักเมื่อมองเห็นเด็กผู้ชายหน้าใสกำลังนั่งกดจอยส์เกมส์อย่างเมามันส์อยู่บนโซฟา ผมอึ้งเล็กน้อยก่อนจะคิดได้ ว่าผมมีเพื่อนร่วมห้องอีกคนนี่นา


“อรุณสวัสดิ์” ผมทักทายไปพร้อมกับหาวออกมา
“สวัสดีตอนบ่าย” เทโงชิตอบผม แต่ตากลับจ้องจอทีวีเขม็ง ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่านอกจากจะเป็น คุณหนูโอท็อป แล้วเจ้าเด็กนี่ก็ยังเป็น เด็กติดเกมส์ด้วย ผมยืนมึนๆอยู่นานแต่เจ้าเด็กนั่นก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจผมซักนิด ผมเลยตัดสินใจเดินเข้าห้องน้ำไป ผ่านไปหลายนาทีผมออกมาจากห้องน้ำ เจ้าเทโงชิก็ยังนั่งอยู่หน้าจอเหมือนเดิม แถมยังทำหน้าจริงจังสุดๆ
“นี่แหนะ!!~ นี่ๆๆ ฮ่าฮ่า” นั่นดูทำหน้าทำตาเข้า เอียงซ้ายเอียงขวาตามด้วย แถมหัวเราะคนเดียวด้วย บ้ารึเปล่าเนี่ย -*-
“นี่ๆ เทโงชิ” ผมเรียกเขาเบาๆ ไม่หันครับ
“เทโงชิ!~” ดังขึ้นมาอีกนิด ยังไม่หันอีก
“เจ้าเตี้ยเทโงชิ!!!!~”
“เหวอออ......อ๊าคคคคคคค”เจ้าเด็กนั่นร้องดังลั่นก่อนจะทำหน้าช็อคสุดขีด ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปใกล้เขาอีกนิด
“ไอ้ลุงอ้วน อาคานิชิ!!~ นายทำอะไรลงไปรู้ตัวรึเปล่า !!~” เจ้าเทโงชิหันมามองหน้าผมอย่างเอาเรื่องสลับกับทำหน้าเหมือนจะร้องให้ เอ่อ... เจ้าเด็กนี่มีหลายอารมณ์จัง -*-
“ไม่ต้องมาทำหน้า เอ๋อๆ ไม่รู้ไม่ชี้เลย เกมส์โอเวอร์เลยเห็นมั๊ย!!~” เจ้านั่นตะคอกผมอย่าโมโห อะไรว้า แค่นี้ก็ทำเป็นโกรธ
“เกมส์โอเวอร์ก็เล่นใหม่ดิ” ผมว่าดูเหมือนตาโตๆของเจ้าเทโงชิจะโตขึ้นอีกนะ มันดูถลนออกมานอกเบ้าเลยแหละ
“เจ้าบ้า!!~ นายรู้รึเปล่ากว่าฉันจะเล่นมาจนถึงเลเวลนี้ฉันต้องนั่งเล่นมาตั้งแต่ 9 โมงเชียวนะ!!~” เขาบอกอย่างโกรธๆ ห๊า!!~ตั้งแต่ 9 โมงเช้านี่มันกี่ชั่วโมงแล้วเนี่ย หมอนี่นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เช้านี่นะ
“งั้นนายก็เล่นใหม่ดิ คราวนี้เอาให้ถึง 6โมงเย็นเลย” ผมว่าแต่จริงๆแล้วแค่ประชดนะครับ เจ้าเด็กนั่นชักสีหน้าใส่ผมก่อนจะหันไปกดรีเพลย์เพื่อจะเล่นใหม่ เฮ้ยยย อย่าบอกนะว่าจะทำจริงๆ -*-
แต่ไม่นานเขาก็ต้องวางจอยส์เกมส์ลง ผมขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเป็นอะไรไปอีกละเนี่ย
“หิวข้าว” เขาบอกออกมาเบาๆ เหอะ...มันก็น่าอยู่หรอกคงไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้าละซิ แล้วเขาก็หันมามองผม
“นาย ...... เพราะนายทำให้เกมส์ฉันโอเวอร์ นายต้องไปหาอะไรมาให้ฉันกินเลย!!~” เขาสั่งเสียงเข้ม
“เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย!!~ หิวก็ไปหากินเองดิ” ผมว่าก่อนจะเดินเข้าไปในครัว อันที่จริงผมก็เริ่มหิวเหมือนกันแหละ เปิดตู้เย็นดูมีแค่ผักกับใข่
“ต้มบะหมี่กินกันเหอะ” เสียงใสๆดังอยู่ข้างหูผม เฮ้ยยย ....มาตั้งแต่เมื่อใหร่เนี่ย ผมมองของในตู้เย็นแล้วจึงปิ๊งไอเดีย
“กินทำไมบะหมี่”
“อ้าว แล้วจะกินอะไรหละ อย่าบอกนะว่านายทำกับข้าวเป็น โกหกน่า” เทโงชิพูดด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะ
หึหึ นายรู้จักฉันน้อยไปซะแล้ว เพิ่งมาอยู่ไม่กี่วันเองนะเฟ้ย
“ถ้าฉันทำเป็นละ นายจะยอมยกคอเลคชั่น RUSS-K นั่นให้ฉันรึเปล่า” ผมว่าพลางชี้ไปที่เสื้อยืดที่เขาใส่ คิดดูซิครับขนาดอยู่บ้านเฉยๆเด็กนี่ยังใส่แบรนด์เนม -*-
“บ้ารึไง !!~ ไม่เกี่ยวกันเฟ้ย ถ้าทำเป็นก็ทำดิ ทำเสร็จก็เรียกด้วย”เขาว่าก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โซฟาแล้วเล่นเกมส์ต่อ


........ แย๊กกกก นี่มันอะไรกัน ฉันไม่ใช่คนใช้นายนะ เจ้าเตี้ย!!~ .......


แต่แล้วผมก็ลงมือทำกับข้าวจนได้ -*- ช่างเหอะก็ผมหิวนี่ ผมทำข้าวห่อไข่ง่ายๆครับ ตอนแรกกะว่าจะทำกินของผมคนเดียว แต่พอนึกได้ว่าเจ้าเด็กนั่นยังเคยซื้อข้าวกล่องจากร้านสะดวกซื้อมาให้ผมทุกวัน ถึงแม้รสชาติจะไม่ได้เรื่อง แต่เขาก็ยังมีน้ำใจ เอ๊ะ รึว่ากินเหลือก็ไม่รู้ถึงเก็บไว้ให้ผม จะอะไรก็ช่างเหอะ แค่ทำข้าวห่อไข่เพิ่มอีกจานคงไม่ทำให้ผมเสียพลังงานไปเท่าใหร่หรอกน่า

“โห!!~ นายทำเองจริงดิ!!~” เทโงชิร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อผมวางจานข้าวห่อไข่หอมฉุยตรงหน้าเขา ผมพยักหน้ายิ้มๆพร้อมกับยืดตัวขึ้น หึหึ ให้รู้ซะมั่งใครเป็นใคร
“รสชาติจะอร่อยเหมือนรูปร่างมันรึเปล่าเนี่ย” นั่นไม่วายยังหาข้อติ
“ก็ลองชิมดู” ผมว่าอย่างท้าทาย เจ้านั่นเลยหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วลองตัดเข้าปาก
“หือO_O” เขาทำตาโตมองหน้าผมที่ตอนนี้ยืดตัวจนจะถึงเพดานอยู่แล้ว
“เป็นไง” ผมยักคิ้วให้อย่างภูมิใจ
“อ๊า~ ร้อนๆๆ” เจ้าเทโงชิร้องลั่นเสียงดัง ก่อนจะคว้าแก้วน้ำเย็นไปดื่มอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ทั้งใบหน้าของเขาแดงไปหมด โดยเฉพาะปากเล็กๆนั่น แดงจัดเลยครับ
“ทำไมไม่เป่าก่อนละ!!~” ผมเอ็ดให้ จริงๆแค่กลัวเจ้าเด็กนี่จะโวยวายใส่ครับเลยต้องเอ็ดดักไว้ก่อน
“จะรู้มั๊ยละ? ว่ามันจะร้อนขนาดนี้ ปากฉันต้องพองแน่ๆเลย” เขาว่าพลางเอามือพัดๆที่ปากตัวเอง ผมเลยส่งแก้วน้ำให้อีก เขาจึงรับไปดื่ม
“หายยัง?” ผมถามอย่างเป็นห่วง ผมเป็นห่วงจริงๆนะเออ ไม่ได้แกล้ง แล้วผมก็หยิบจานข้าวห่อไข่อันนั้นมา เทโงชิตาโตรีบยื่นมือมาคว้าไว้
“จะเอาไปไหน? อย่าทิ้งนะ ฉันจะกินต่อ!!~” เขาว่า ทำเอาผมอดยิ้มไม่ได้ ขนาดปากพองนะนั่นอะ แสดงว่าผมทำอร่อย ตอนนี้ผมเริ่มยืดอีกแล้ว
“จะเอาไปพัดให้มันหายร้อน จะทิ้งได้ไง เสียดายของ” ผมบอกทำเอาเขาทำหน้าแปลกๆแล้วรีบปล่อยมือที่จับอยู่บนแขนผมลง
“เอามานี่ ทำเองก็ได้” เขาว่าแล้วแย่งจานในมือผมไป
“อร่อยใช่มั๊ยละ?” ผมถามเขายิ้มๆ เขานิ่งก่อนจะพยักหน้า
“ก็โอเค พอกินได้” เขาตอบ
“เน่ ฉันอุจส่าห์ทำให้กิน พูดให้มันดีๆหน่อยเจ้าเตี้ย!!~” ผมว่าแล้วผลักหัวเขาเบาๆ ทำเอาเขาหันมามองผมตาเขียวปั๊ด
“ฉันชื่อ เทโงชิ ยูยะเว้ยยย ไอ้ลุงอ้วน!!!~”




2BeCoN

 

edit @ 11 Oct 2009 20:30:04 by Nashita

 

ว่างเหอะ เลยเอามาเล่น

 

กติกา ใส่ชื่อตัวละคร 12 ตัว แล้วนำลงไปตอบคำถามข้างล่าง

1. ยามมาชิตะพี

2. เทโงชิ เดสส

3.อาคานิชิ

4. ไอ่เต่า คาเมะ

5. พี่เคย์จัง

6. พี่เรียว

7. พี่คิ

8.พี่ยูอิจิ

9. มาสด้า

10. ชิเงะ

11. พี่อุ๊ สุดสวย

12. จุนโนะซัง

-*- เอ่อ มีแต่นิวสึกะคัตตุนทั้งน้าน 55++

 

1.ขณะที่1กำลังเดินไปจ่ายตลาดก็ได้พบกับ12ที่กำลัง....ตี๊ด....กับ5อยู่ที่ซอกมุมตึกมุมหนึ่ง

// ขณะที่ยามาชิตะพี กำลังเดินไปจ่ายตลาดก็ได้พบกับจุนโนะซัง ที่กำลัง....ตี๊ด....กับ พี่เคย์จัง อยู่ที่ซอกมุมตึกมุมหนึ่ง //

สะดุดกึก แล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เดินต่อไป แต่หน้านี่แดงจัดเหอะ ((55++))

 

 

 

2.คุณคิดอย่างไรกับฟิคคู่ 3 กับ 7

// คุณคิดอย่างไรกับฟิคคู่ อาคานิชิ กับ พี่คิ //

ม่ายยยยยยยยย คงจะเถื่อน โหด ชื่อเรื่อง คงจะ SADISTIC LOVE แน่นอน น่ากัว -*-

 

3.คุณกำลังไล่หา Fic ใน ฟอรัม Yaoi land อยู่ทันใดนั้นคุณก็พบกับฟิค คู่ 9 กับ 2

// คุณกำลังไล่หา Fic ใน ฟอรัม Yaoi land อยู่ทันใดนั้นคุณก็พบกับฟิค คู่ มาสด้า กับ เทโงชิ เดสส //

เค้าเป็นแค่เพื่อนกันค่ะ ^_^ ม่ายยยยนะ ไม่เคยส่งเสริมคู่นี้เลยให้ตาย ไม่ได้แอนตี้มาสด้า แต่..... ไม่อ่าน!!!~

 

4.คุณคิดยังไงกับคู่ 6 กับ 10 rate/Nc21

// คุณคิดยังไงกับคู่ พี่เรียว
กับ ชิเงะ rate/Nc21 //

กิ๊สสสสส อยากอ่าน มีอะเปล่าอยู่หน๊ายยยย ส่งมาด่วน คิดว่า อะไรที่ เรทๆ น่าจะเหมาะกับพี่เรียว โดยไม่เลือกบุคคล 5++

 

5.ให้เลือกระหว่าง คู่ 11 กับ 12 และ คู่ 4 กับ 11 จะเลือกอะไร
ให้เลือกระหว่าง คู่ พี่อุ๊ สุดสวย กับ จุนโนะซัง และ คู่ ไอ่เต่า คาเมะ กับ พี่อุ๊ สุดสวย จะเลือกอะไร

เลือกพี่อุ๊กะจุนโนะจี้ ถ้าเป็นไอ่เต่ากะพี่อุ๊ ใครจากดใครฟะ เลสเบี้ยนชัดๆ

 

6.ถ้า 8 กด 1 ได้ คุณคิดว่าอย่างไร

// ถ้า พี่ยูอิจิ กด ยามาชิตะพี ได้ คุณคิดว่าอย่างไร //

ม่ายยยยยยอมมมมมมมมมมม จาชวนเพื่อนไปดักตีหัวพี่ยู คู่นี้เป็นอดีตไปแล้วเฟ้ย!!!!~

 

 

7. มาถึงข้อนี้เจอคู่แปลกบ้างหรือยัง

เพียบเลยเหอะ ช็อค นิดหน่อยคู่อาคานิชิกะพี่คิ

8. ถ้าเกิด 12 สลัดรัก 3 มารักกับ 5 / 3 เสียใจมาก กระเดือกเหล้าไปหลายขวดจนเมามายไม่ได้สติ ขากลับ ระหว่างทางไปเจอ 1 ที่เป็นเพื่อนสนิทเข้า จึงจับฉุดไปโรงแรมใกล้ๆ แล้วจับ 1 กดเสีย 1 กรีดร้องดังลั่นท่ามกลางการกระทำอันป่าเถื่อนของ 3 รุ่งเช้า 3 ตื่นขึ้นมา พบว่า ตัวเองได้ทำอะไรกับ 1 เอาไว้ จึงละอายกับการกระทำนั้น และพร้อมจะชดเฉยกับ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนได้กระทำไว้ แต่ 1 ไม่ยอมรับฟังอะไรทั้งนั้น แล้วหนีจากไป 3 ไล่ตามตื้อ 1 ไปได้พักใหญ่ จน 1 เริ่มใจอ่อน สุดท้ายทั้งสองฝ่ายต่างพบว่าตัวเองได้รักคนตรงหน้าไปเสียแล้ว
ทั้งสองจึงรักกัน จบ = =

ถ้าเกิด จุนโนะซัง สลัดรัก อาคานิชิ มารักกับ พี่เคย์จัง อาคานิชิ เลยเสียใจมาก กระเดือกเหล้าไปหลายขวดจนเมามายไม่ได้สติ ขากลับ ระหว่างทางไปเจอ ยามาชิตะพี ที่เป็นเพื่อนสนิทเข้า จึงจับฉุดไปโรงแรมใกล้ๆ แล้วจับ ยามาชิตะพี กดเสีย ยามาชิตะพี กรีดร้องดังลั่นท่ามกลางการกระทำอันป่าเถื่อนของ อาคานิชิ รุ่งเช้า อาคานิชิ ตื่นขึ้นมา พบว่า ตัวเองได้ทำอะไรกับ ยามาชิตะพี เอาไว้ จึงละอายกับการกระทำนั้น และพร้อมจะชดเฉยกับ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนได้กระทำไว้ แต่ ยามาชิตะพี ไม่ยอมรับฟังอะไรทั้งนั้น แล้วหนีจากไป อาคานิชิ ไล่ตามตื้อ ยามาชิตะพี ไปได้พักใหญ่ จน ยามาชิตะพี เริ่มใจอ่อน สุดท้ายทั้งสองฝ่ายต่างพบว่าตัวเองได้รักคนตรงหน้าไปเสียแล้ว
ทั้งสองจึงรักกัน จบ = =

ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกก นี่มันเป็นเรื่องจริงช่ายป่าวคับพี่น้อง เรื่องจริงแน่ๆ PIN ที่รัก ชอบบบบบ  5555555555

 

 

 

 

9. เช้าวันรุ่งขึ้น 9 ตนขึ้นมาพบว่า 11 นอนอยู่ข้างๆ พอสังเกตดูดีๆพบว่าทั้งตัวเองและคนข้างๆตัวเองนั้นไม่ได้ใส่เสื้อผ้าทั้ง คู่!!!!

เช้าวันรุ่งขึ้น มาสด้า ตนขึ้นมาพบว่า พี่อุ๊ สุดสวย นอนอยู่ข้างๆ พอสังเกตดูดีๆพบว่าทั้งตัวเองและคนข้างๆตัวเองนั้นไม่ได้ใส่เสื้อผ้าทั้ง คู่!!!!

 

กำ -*- เมื่อคืนอาจพากันไปว่ายน้ำจนเหนื่อย กลับมาเลยลืมใส่เสื้อผ้าก็ได้นี่เนอะ

 

10.อะไรทำให้ 10 ร้องกรี๊ดได้

ชิเงะ -*- อะไรฟะ นึกมะออก

 

11 คุณคิดยังไง หาก 6 เป็นเมะ และ 2 เป็นเคะ คุณคิดยังไง หาก พี่เรียว เป็นเมะ และ เทโงชิ เดสส เป็นเคะ

 

คิดว่า ไอ่พี่เรียวไม่ได้ตายดีแน่
!!!~ ชิส์ ก็เห็นกดยูจังทุกเรื่องเน่!!!~ ไอ่พี่บ้า อย่าทำอะไรลูกฉันนะ!!!~

 

12.ขณะที่ 8 กำลังเดินไปหยิบของในห้องทำงานของตัวเองอยู่นั้น พอเปิดประตูเข้าไปก็พบกับ 7 กับ 4 กำลังจูบกันอยู่ ขณะที่ พี่ยูอิจิ กำลังเดินไปหยิบของในห้องทำงานของตัวเองอยู่นั้น พอเปิดประตูเข้าไปก็พบกับ พี่คิ กับ ไอ่เต่า คาเมะ กำลังจูบกันอยู่

พี่ยูคงจะสำลักน้ำที่เพิ่งกินไปเมื่อเช้าออกมา แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำอย่างเร่งด่วน 55+++

 

13.คุณจะตั้งชื่อfic ว่าอะไร หากคุณแต่งคู่ 7 กับ 10

คุณจะตั้งชื่อfic ว่าอะไร หากคุณแต่งคู่ พี่คิ กับ ชิเงะ

คุณยากุซ่าใจร้ายกับคุณทนายสุดคูล -*-

 

14.อยากจะบอกอะไรกับคนแต่ง TAG นี้ไหม

ฮิ้วววววววว หนุกหนานบานตะไท

 

 จบแระ ไปอ่านฟิก จิน*เทชต่อเหอะ 55++

 

 

 

 

 

 

 

 

Tadaima …..Okaeri[Jin*Yuya]

posted on 30 Sep 2009 20:53 by nashita

 

 

Title: Tadaima …..Okaeri

Author: Nashita

Couple: Akanishi Jin * Tegoshi Yuya

Rating: G

Author ’s note: แด่พี่เอ๊ะ Taerara

OSt. Tadaima ...Okaeri -- TegoMass

Tadaima Part I [ by Yuya ]

 

เฮ้อออออ.......
ผมถอนใจอย่างโล่งอกเมื่อมองเห็นร้านคอนวิเนียนอยู่ไม่ไกลนัก กระดาษยับๆในมือถูกพับเก็บลงกระเป๋าเสื้อคลุมตัวยาว อากาศช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิยามเช้าเย็นใช่เล่น ผมกระชับเสื้อคลุมอีกครั้งก่อนจะลากกระเป๋าใบโตเดินเข้าไปยังร้านที่ตั้งอยู่ตรงหน้า

ผมมองดูควันสีขาวๆที่ลอยอ้อยอิ่งออกมาจากชาอุ่นๆอย่างสบายใจ ตอนนี้ผมนั่งอยู่ที่เคาท์เตอร์สำหรับนั่งพักผ่อนของร้านแล้วครับ อย่างน้อยก็โล่งใจไปหนึ่งเปลาะว่าผมมาถึงที่หมายแล้ว เหลือแค่ว่าหาไอ้เจ้าคอนโดสุดหรู ตามแผนที่ ที่ให้มาให้เจอว่ามันอยู่ตรงไหน นี่เป็นการเดินทางเข้าโตเกียวเพียงลำพังครั้งแรกของผม เอ๊ะ !!~ไม่ใช่ซิ ถ้าจะพูดให้ถูกคือ มันเป็นการเดินทางออกจากบ้านที่ฟุคุโอกะครั้งแรก ของ เทโงชิ ยูยะ ต่างหาก อ๊า~ ผมไม่ได้หนีออกจากบ้านหรอกนะฮะ ผมแค่ มาเรียนต่อที่โตเกียวแค่นั้นเอง
คงสงสัยละซิว่าเด็กบ้านนอกอย่างผมทำไมไม่เรียนที่มหาลัยที่บ้านเกิด ผมก็อยากเรียนที่นั่นนะฮะ แต่ว่าผมสอบไม่ติด -*- ดันมาติดที่ วาเซดะ ซะงั้น ทั้งๆที่เลือกไว้เป็นอันดับสุดท้าย แต่ก็อย่างว่าละนะ ดีกว่าไม่มีที่เรียน ผมจำได้ว่าตอนที่ผมสอบติด พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา เอ่อ.. ญาติๆ ผมนะดีใจกันยกใหญ่ อ้อ.. ผมยังไม่ได้บอกใช่มั๊ยครับว่าบ้านผมค่อนข้างมีฐานะ ไม่ใช่ฐานะยากจนนะครับ มีฐานะค่อนข้างดีครับค่อนข้างดี บ้านผมคนเขารู้จักกันทั้งตำบล พอผมสอบติดมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงคนเลยตื่นเต้นกันยกใหญ่ ยกขบวนมาส่งผมที่สถานีรถไฟยังกับผมเป็น ความหวังของหมู่บ้าน อะไรทำนองนั้น แถมยังย้ำนักย้ำหนาว่า คนเมืองหลวงน่ากลัว ต้องระวังตัว

......อ๊า~ พูดแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กบ้านนอกจัง.....

ผมก้มลงมองชุดที่ใส่ตอนนี้เพื่อสำรวจตัวเอง เสื้อผ้าที่ผมใส่มันก็ดูดีอยู่นะ ไม่อยากจะบอกหรอกว่าแบรนด์เนมทั้งนั้นเลยนะ หึหึ แต่เหมือนมันยังขาดอะไรไปรึเปล่า??
ผมเพ่งดูใบหน้าตัวเองผ่านกระจกใสๆของร้านคอนวิเนียน ผมว่าหน้าตาของผมก็ดูดีเหมือนกันนะ ผมเปล่าหลงตัวเองนะ

.... ผมจริงจังนะเนี่ย ผมว่าผมหน้าตาดี ......

ผมยิ้มให้กระจกอีกครั้ง แล้วสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างวางอยู่ไม่ไกล มองซ้ายมองขวาไม่เห็นมีใครซักคนนอกจากพนักงานของร้าน ผมค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบแว่นตาสีชา อันนั้นมาดู

..... โห ราคาใช่เล่นนะเนี่ย .....

ถึงผมจะเป็นเด็กบ้านนอกผมก็รู้นะว่าแว่นอันนี้ ราคาประมานเท่าใหร่ บ้านผมรวยไงครับ ผมมองซ้ายมองขวาก่อนจะลองสวมมัน

“โอ๊ะ!!!~” ผมได้แต่อุทานครับ ไม่อยากบอกเลยว่าตัวเองดูดีแค่ไหน เดี๋ยวจะหาว่าหลงตัวเอง ผมเอียงซ้ายเอียงขวาซักพัก ผมว่าผมหาเจอแล้วละสิ่งที่ผมขาด ผมกลั้นใจนับ หนึ่งถึงสิบ .......

1 2 3 ….5 … 7 .. 8 เอ่อ... สิบเหอะครับ

ผมยิ้มเท่ห์ๆให้ตัวเองผ่านกระจกอีกครั้ง แล้วดึงแว่นมาคล้องกับเสื้อยืด RUSS-K คอเลคชั่นล่าสุด
มองซ้ายมองขวาเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

.... ฮ่าฮ่า แว่นเป็นของผม......

ผมลุกขึ้นยืนอย่างอารมณ์ดีไม่ลืมที่จะเอาถ้วยชาไปคืนพนักงานอย่างคนที่ถูกสอนมาดี ก่อนจะกลับมาลากกระเป๋าใบใหญ่ออกจากร้านค้าเพื่อไปหาคอนโดสุดหรูตามแผนที่ต่อไป ทันทีที่ผมผลักประตูออกมา ผู้ชายหัวฟูคนหนึ่งก็แทบจะเดินมาชนผม ดีนะที่ผมเบรกเท้าไว้ทัน เขามองหน้าผมแบบไม่ใส่ใจ เขาไม่คิดจะขอโทษด้วยซ้ำ ผมจึงได้แต่ชักสีหน้าไม่พอใจใส่แผ่นหลังของเขา

.... คุณย่า เคยบอกว่า คนโตเกียวไม่ค่อยมีน้ำใจ ท่าจะจริงนะ....

ผมเดินออกมาแล้วมองตึกตามสองข้างทางไปเรื่อยๆ อยู่ไหนกันนะ บ้านของหลานชายคุณยายนานาโกะ ที่ผมต้องมาพักด้วยตลอดการมาเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยวาเซดะ พูดไปแล้วก็แอบเคืองเจ้าของบ้านนิดๆ
เอ่อ... จริงๆแล้วไม่นิดหรอกครับค่อนข้างมากถึงมากที่สุด จะอะไรละ ถ้าไม่ใช่การที่ปล่อยให้ผมมาเดินต๊อกๆหาบ้านของเขาแบบนี้นะ ทั้งๆที่รู้ว่าผมมาจากต่างจังหวัด ก็ยังไม่มีน้ำใจไปรับซักนิด อ้างว่าติดงาน โน่นนี่
ผมว่าจริงๆแล้วเขาคงไม่อยากให้ผมมาพักด้วยละมั้ง แต่ติดที่คุณยายนานาโกะ เพื่อนสนิทของคุณย่าผม บังคับแกมขู่เข็ญเขาถึงยอมหนะ

.....เหนื่อยแล้วนะเนี่ย.....

“เฮ้!!~ นาย” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง พอผมหันไปมอง ผมรู้สึกคุ้นหน้าเขาจัง ......อ๋อ นั่นมันผู้ชายหัวฟูๆที่ผมเจอที่หน้าร้านคอนวิเนียนนี่นา ทำไมเขาทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นอะ
ผมมองเขาอย่างตื่นตระหนก ขาของผมค่อยๆก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ ยิ่งเขาเดินเร็วๆเข้ามาใกล้เท่าใหร่ผมยิ่งเห็นใบหน้าถมึงทึงของเขาชัดเจน ......

“นาย!!!!~” เสียงเขาดังอยู่ไม่ไกล ผมกลืนน้ำลายลงคอเสียงดัง

.....คนโตเกียวไว้ใจไม่ได้นะยูคุง ระวังตัวด้วยละ .....

เสียงของป้าข้างบ้านที่ตะโกนบอกตอนมาส่งผมที่สถานีรถไฟดังมาจากไหนไม่รู้ ผมรีบหันหลังกลับแล้วออกวิ่งทันที
“เฮ้ยยย นาย หยุดนะ!!~” หมอนั่นตะโกน มีเหรอผมจะหยุดให้โง่ แม้กระเป๋าจะหนักแค่ไหน ผมก็ไม่สน ผมวิ่ง วิ่งและวิ่ง ได้ยินแต่เสียงหมอนั่นตะโกนโหวกเหวกโวยวายอะไรไม่รู้
“น๊ายยยย..... หยุดก่อนนนน.” เสียงตะโกนของหมอนั่นเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ ผมหันไปมองข้างหลังแว่บหนึ่ง เห็นเขาตัวเล็กนิ๊ดเดียว แต่ก็ยังไม่พ้นหรอกเพราะยังมองเห็นเขาอยู่ ผมเลยรีบวิ่งให้เร็วขึ้นแล้วเลี้ยวทันทีที่เจอแยกตรงร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า

“ให้ตาย น่ากลัวชะมัดเลย พ่อจ๋าแม่จ๋า ยูคุงเกือบโนคนโตเกียวจับไปแล้วมั๊ยละ?” ผมบ่นๆกับเสาไฟฟ้าเมื่อมายืนหอบแฮ่กๆที่.....

.....ที่ไหนอะ .....

ผมมองไปรอบๆตัว เฮ้ยยยยย ผมอยู่ที่ไหนเนี่ย!!!~



นาฬิกาในมือถือบอกเวลาว่าเกือบจะ 8 โมง ทั้งที่จริงๆแล้วตามกำหนดผมจะมาถึงที่นี่ ไม่เกิน 6 โมงครึ่งผมมองป้ายชื่อหน้าบ้านอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะกดกริ่ง

.....ปิ๊ป ปิ๊ป.....

ผมขมวดคิ้วเมื่อโทรศัพท์ในมือดังขึ้น เบอร์ไม่คุ้นเลยแฮะ

“โมชิโมชิ” ผมกรอกเสียงลงไปเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูบ้านเปิดออกพอดี
“เฮ้ยยยยยย นาย!!!!~” เสียงตะโกนของผู้ชายที่เดินมาเปิดประตูดังลั่นห้องในมือของเขาถือโทรศัพท์ด้วย และเสียงของเขาก็สะท้อนก้องในโทรศัพท์ผมอย่างชัดเจน ผมว่า เสียงแบบนี้คุ้นๆนะ แล้วหน้าตาแบบนี้มันก็.....
ผมไม่มีเวลาให้คิดมาก สัญชาติญาณบอกให้ผมหันหลังกลับแล้วต้องออกตัววิ่งโดยไม่ต้องรอเสียงเป่านกหวีดจากกรร
มมการเลยด้วยซ้ำ

“หยุดนะ!!!!~” เสียงของหมอนั่นดังขึ้น เท้าของผมก้าวได้แค่ 1 ก้าว ไม่ใช่ซิ แค่ครึ่งก้าวต่างหาก แล้วแขนอันใหญ่โตของเขาก็ล็อกเข้าที่คอผมทันที
“อ๊อกกก เจ็บๆ ปล่อยนะ!!~” ผมดิ้นๆไปมานั่นยิ่งทำให้แขนที่ล็อกคอผมยิ่งแน่นขึ้นไปอีก
“ปล่อยให้โง่ดิ ไอ้หัวขโมย ฉันจะจับแกส่งตำรวจ” เขาบอกอย่างอาฆาต ผมตาแทบถลน อะไรของหมอนี่ ปรักปรำกันชัดๆ
“ปล่อยนะ!!~ ฉันไปขโมยอะไรเมื่อใหร่เล่า” ผมตะโกนด้วยเสียงแหบแห้ง อากาศหายใจเริ่มลดน้อยลงเป็นลำดับ
“แล้วนี่อะไร!!~” เขาว่าแล้วดึงแว่นที่เหน็บอยู่ที่คอเสื้อผมออกไป
“เอาคืนมานะเว้ย” ผมพยายามคว้าแว่นของผม?? คืน
“ดูนี่ซะก่อน” เขาว่าก่อนจะกางขาแว่นออก ตัวอักษรสีทองภาษาอังกฤษสะท้อนเข้ามาในตาของผม แล้วผมก็หยุดดิ้น กลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก
.... เหงื่อมากมายผุดมาจากไหนไม่รู้

“นี่แว่นใครห๊า!!~” เขาถามเสียงดัง
“ของ...ฉัน” ผมอ้อมแอ้มบอกออกมา
“นายเป็นญาติ ฝ่ายไหนของฉันห๊า!!~ ถึงนามสกุลอาคานิชิ เหมือนฉัน !!!~"
“ฉั...ฉัน....” ผมเริ่มตะกุกตะกักที่เขาวิ่งตามผม เมื่อเช้า เพราะจะเอาแว่นคืนเหรอ?
“ว่าไง ไอ่เตี้ย!!~” ฉึก ...... คำนี้ช่างบาดใจยิ่งนัก ผมหันไปมองเขาตาเขียว
“โธ่เว้ยยย !!~ คิดว่าอยากได้นักรึไง เอาคืนไปเซ่ ของพรรณนั้น ใครจะอยากได้!!!~” ผมตะโกนใส่หน้าเขาอย่างโมโห
“ไม่อยากได้ แล้วหยิบของฉันไปทำไม!!~” เขาว่า ทำเอาผมเริ่มจ๋อย
“ก็เอามาคืนแล้วนี่ไง ปล่อยได้แล้วเว้ย” ผมแถไปเรื่อย แล้วพยายามแกะแขนอ้วนๆของหมอนี่ออกจากคอ
“ไม่!!~ ฉันจะจับนายส่งตำรวจข้อหาลักขโมย เป็นเด็กเป็นเล็กหัดทำตัวแบบนี้ มันต้องจับเข้าคุก” เขาว่าเสียงจริงจัง ทำเอาตาของผมแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
“จะบ้าเหรอ ฉันก็คืนแล้วไง นายไม่มีหลักฐานแล้วว่าฉันขโมย” ผมว่าทำเอาหมอนั่นกระตุกยิ้มชั่วร้าย
“นายยอมรับแล้วใช่มั๊ย ว่าขโมยมันมา” เขาว่าแล้วล็อกคอผมให้แน่นขึ้น
“โอ๊ยยย เจ็บเว้ยยย บอกแล้วไงไม่ได้ขโมย มันวางอยู่ไม่มีเจ้าของเลยหยิบมา!!~” ผมตะโกนออกไปอย่างเหลืออด ไหนๆก็ไหนๆวะ พูดความจริงไปดีกว่า เขาหรี่ตามองผมอย่างไม่ไว้ใจ แต่ก็ยอมคลายแขนที่รัดคอผมอยู่ลงนิดหนึ่ง
“แล้วมาที่นี่ทำไม?”
“เอาแว่นมาคืน”ผมตอบโดยไม่ต้องคิดเลยซักนิด ผมเปล่าตอแหลนะ แต่ปากมันพูดไปแล้ว -*-
“โกหก บอกมาเดี๋ยวนี้นะ มาทำไม!!!~” เขาถามเสียงกระชากแขนที่ล็อกคอผมแน่นขึ้นในบันดล

.....อ๊าคคคคค ผมเจ็บนะ T^T......

“ฉันมาหาคนรู้จัก!!~” เป็นอีกครั้งที่ผมพูดความจริง แต่มันก็ไม่เชิงหรอกนะ หลายชายของเพื่อนคุณย่าที่ผมไม่เคยเจอหน้าเนี่ย ที่บ้านนอกเขานับได้นะว่าเป็นคนรู้จัก แต่ไม่รู้คนโตเกียวจะคิดแบบนั้นรึเปล่า
“นายชื่ออะไร” เขาถามพร้อมกับคลายแขนออกอีกครั้ง แต่จะให้ดีผมว่าเขาควรปล่อยผมเลยจะดีกว่านะ
ผมไม่อยากบอกเขาเลย กลัวเขาเอาชื่อผมไปบอกตำรวจ แต่แขนอ้วนๆที่ล็อคคอผมอยู่นะซี่ ทำให้ผมจำใจต้องตอบเขา
“ท...เทโงชิ ยูยะ” บอกไปแล้ว เขานิ่งซักพักแล้วชะโงกหน้ามามองผม
“นายเองเหรอ ไอ้เด็กบ้านนอกคนนั้นหนะ!!~” เขาว่าก่อนจะปล่อยตัวผมให้เป็นอิสระ ผมยิ้มอย่างยินดี แต่ไม่นานผมก็ต้องหุบยิ้ม เมื่อเขาผลักหัวผม เอ่อ..รวมถึงตัวด้วย เข้าไปในห้อง
“เฮ้ยยยย นายจะทำอะไรฉันนะ !!~” ผมตะโกนอย่างตกใจพอมองหน้าของเขาแล้วต้องนิ่ง ตาดุชิบเป๋ง
“อ่านป้ายชื่อหน้าบ้านรึเปล่า?”เขาถามเสียงดุๆ ผมเลยพยักหน้า
“ให้ตายเหอะ ฉลาดน้อยขนาดนี้ นายแน่ใจนะว่าไม่ได้ใช้เส้นเข้าวาเซดะ”
O_O หือ??? เมื่อกี้ เป็นคำด่านี่!!~

“นี่!!~ อย่างฉันไม่จำเป็นต้องใช้เส้นหรอก ทำไมฉันจะไม่รู้ว่านายคือหลานของคุณยายนานาโกะ” ผมตะโกนออกไป
ชิส์ ....จริงๆแล้วผมเพิ่งนึกได้เมื่อกี้แหละว่าหมอนี่เป็นใคร -__-^^

“แล้วไปทำอะไรอยู่ที่ไหนมาห๊า!!~ ถึงปล่อยให้ฉันรอนายเป็นชั่วโมง นายทำให้ฉันอดนอนแล้วเวลาที่ฉันอดนอนเนี่ย ฉันจะหงุดหงิด จนถึงขั้นฆ่าคนได้เลย” หมอนั่นทำเสียงน่ากลัวเข้าขั้นโรคจิต เขาหักนิ้วมือเสียงดังกร๊อบ แล้วค่อยๆเดินเข้ามาหาผม เหงื่อผมเริ่มไหลอีกแล้ว ผมเดินถอยหลังโดยอัตโนมัติ
“นาย... จ...จะบ้ารึ..ไง ฉันเป็นหลานของเพื่อนคุณยายนายนะ >o< ” ผมตะโกนออกไปตอนนี้ผมถอยมาจนถึงโซฟาสีขาวกลางห้องแล้ว เขามองผมอย่างชั่งใจ คำขู่ผมได้ผลเหรอเนี่ย
“ฉันไม่ทำอะไรนายดีกว่า นายออกไปจากบ้านฉันเลยไป๊” เขาว่าพร้อมกับโบกมือเป็นเชิงไล่ผม
“ห๊า!!~ อะไรนะ” ผมร้องอย่างตกใจ
“ฉันคงให้เด็กขี้ขโมยอย่างนายอยู่ร่วมบ้านไม่ได้หรอก”
“บอกแล้วไง ว่าไม่ได้ขโมย!!~” ผมเถียงเขาทันที หมอนั่น เอ่อ...อาคานิชิ ใช่ๆ หมอนี่ชื่ออาคานิชิ จิน อาคานิชิหันมามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า
“หยิบของๆคนอื่นไปหน้าตาเฉยนี่นะบอกว่าไม่ได้ขโมย ไปๆจะไปไหนก็ไป” เขาว่าแล้วหันหลังให้ผมอย่างไม่ใส่ใจ
“แล้วฉันจะไปอยู่ไหนละ!!~”
“เรื่องของนายซิ” อาคานิชิพูดอย่างหน้าตาเฉยทำเอาผมเริ่มฉุน
“นี่นายรับปากคุณยายนายแล้วนะ จะเบี้ยวเหรอ ได้ๆ ฉันจะโทรบอกท่าน” ผมเริ่มขู่แล้วทำท่าจะล้วงมือถือออกมาโทรออก แต่หมอนั่นคว้ามันไปจากมือผมซะก่อน
“นายขู่ฉันเหรอ ไม่กลัวหรอกเว้ย” อาคานิชิว่า ไม่กลัวแล้วแย่งมือถือผมไปทำไม -*-
“ไม่ได้ขู่เว้ย เอามือถือฉันคืนมา!!~” ผมว่าแล้วพยายามแย่งมือถือคืนมา อาคานิชิยกมือขึ้นจนสุดแขน โธ่เว้ยย เล่นแบบนี้ผมก็แพ้หมอนี่อะดิ
“หยุดๆ ไอ้เตี้ย ถ้านายสัญญาว่าจะไม่โทรบอกยายฉัน ฉันจะคืนมือถือให้นาย” เขาว่าผมเลยแอบยิ้มชั่วร้ายที่มุมปาก
“แล้วฉันจะให้ฉันอยู่ที่นี่รึเปล่า” ผมเงยหน้าขึ้นถาม อาคานิชิทำหน้าลำบากใจ ก่อนจะพยักหน้า
“เออ ก็ได้”
“ก็แค่นี้” ผมว่าก่อนจะกระโดดคว้ามือถือของผมคืน
“แล้วจะให้ฉันพักห้องไหน” ผมถามเมือเก็บมือถือลงกระเป๋า หมอนั่นนิ่งคิดก่อนจะส่งสายตาชั่วร้ายมาที่ผม
“นั่นไง” ผมมองตามนิ้วมือใหญ่ๆที่ชี้ไปยัง...... ชั้นลอยสำหรับเก็บของ
“เฮ้ยยยย !!~ นายจะบ้ารึไง ตรงนั้นห่างจากเพดานไม่ถึง 2 เมตรด้วยซ้ำ” ผมโวยวาย อาคานิชิยิ้มชั่วร้ายออกมาอีกครั้งทำเอาผมแทบอยากจะกระโดดต่อยหน้าเขาขึ้นมาตะหงิดๆ
“เตี้ยๆอย่างนาย หัวไม่ชนเพดานหรอกน่า จะอยู่ไม่อยู่ ถ้าไม่อยู่ก็ออกไปได้เลย” เขาว่าพร้อมกับชี้ไปที่ประตูผมกัดฟันอย่างโมโหทำท่าจะล้วงมือถือออกมา
“อ๊ะๆ จะโทรฟ้องยายฉันเหรอ ถ้านายบอกฉันก็จะบอกเหมือนกันว่านายขโมยแว่นตาฉัน!!~” นั่น!!!~...ผมโดนหมอนี่ขู่กลับคร้าบบ ผมฮึดฮัดมองอาคานิชิ อย่างร้อนแรง โอ้~ ห้ามจิ้นไปไกลนะ ผมมองมองนี่พร้อมกับสาปแช่งให้คนตรงหน้าไหม้เป็นจุลตะหาก
“ทำความสะอาดเองละกัน ฉันไปนอนแล้ว” เขาว่าก่อนจะหาวออกมาแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนที่อยู่ถัดไป จะว่าไปแล้วผมเพิ่งสังเกตนะว่าคอนโดนี้มีห้องนอนแค่ห้องเดียวเอง
โอ๊ย!!~ ถ้ารู้อย่างนี้ผมไปอยู่หอพักใกล้ๆมหา’ลัยซะดีกว่า ไม่น่ารับปากที่บ้านเลยว่าจะอยู่กับหลานชายคุณยายนานาโกะจนเรียนจบ
“เออนี่ นายเตี้ย!!~ ตอนฉันหลับห้ามขโมยของฉันนะเว้ย” เสียงของอาคานิชิตะโกนมาจากห้องนอนทำเอาผมรีบหันขวับไปมองห้องนอนที่เปิดประตูแง้มๆไ
ว้นิดหนึ่งของหมอนั่นอย่างฉุนๆ
“บอกแล้วไงฉันไม่ใช่ขโมย อีกอย่าง ฉันชื่อ ยูยะเว้ย ไม่ใช่เตี้ย” ผมตะโกนกลับไป แต่ก็ได้รับเสียงเงียบเป็นคำตอบ
“ชิส์ ไอ้ลุงอ้วนเอ้ย” ผมสบถคำที่เพิ่งคิดได้ออกมา ช่างเป็นคำที่เข้าท่าอะไรเช่นนี้ คอยดูถ้าหมอนั่นเรียกผมว่า เตี้ย อีก ผมจะเรียกเขาว่า ลุงอ้วน !!~

ผมมองไปรอบๆห้องอีกครั้งก่อนจะลากกระเป๋าไปยืนแหงนคอมองชั้นลอยเล็กๆที่อยู่ถัดจากห้
องครัวออกมาก่อนจะปีนบันได 3-4 ขั้นขึ้นไปชะเง้อคอมองสภาพด้านบน เพดานสูง...อืม น่าจะประมาน เมตรครึ่ง ให้ตายหมอนั่นแกล้งผมชัดๆ ผมไต่ลงมาแล้วเดินไปค้นหาไม้กวาดกับผ้ามาทำความสะอาดที่นอนของผม-*-
ไม่ถึง 20 นาทีพื้นห้องก็สะอาดเอี่ยม ข้างบนมีตู้ใบเล็กๆด้วยรวมถึงกล่องกระดาษที่ไว้ใส่ของที่ไม่ใช้แล้ว ผมเลยเอาของในตู้รวมๆไว้ในกล่องเพราะจะ ใช้ตู้สำหรับเก็บเสื้อผ้า

.....ให้ตายเหอะ ลูกชายคนเดียวของบ้านเทโงชิ ผู้มั่งคั่งของตำบลต้องมาอยู่ในสภาพนี้เหรอเนี่ย!!~...

“พรึ่บบ!~” จู่ๆก็มีผ้าห่มผืนหนึ่งลอยขึ้นมาคลุมหัวผม ผมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจแล้วดึงผ้าออก
“ อะไรเนี่ย!!~” ผมร้องออกมา แล้วหมอนใบหนึ่งก็ลอยขึ้นมา ตามด้วยฟูกขนาดเล็กอีกอัน
“ที่นอนของนายไงนายเตี้ย!!~” เสียงกวนประสาทของอาคานิชิดังมาจากข้างล่าง
“บอกแล้วไงไม่ได้ชื่อเตี้ย ชื่อยูยะเว้ย!!~” ผมชะโงกหน้าไปตะโกนบอกคนที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างล่างอย่างฉุนๆ
“ฉันจะเรียกเตี้ย มีอะไรมะ” อาคานิชิยักคิ้วให้ผมอย่างกวนๆ ผมเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันมองหมอนั่น ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
“เอออ....ก็ได้ ถ้านายเรียกฉันว่า เตี้ย ฉันก็จะเรียกนายว่า ลุงอ้วน ” ผมตะโกนดังลั่นทำเอา อาคานิชิทำตาเหลือกด้วยความคาดไม่ถึง
“นายไอ้เตี้ย กล้าเรียกฉันแบบนั้นเหรอ” เขาชี้หน้าผม แต่ผมยักใหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“ทำไมจะไม่กล้าทีนายยังเรียกฉันว่าเตี้ยเลย!!~” ผมบอกเสียงกระแทก ดูเหมือนหมอนั่นจะเสียเซลฟ์ไปพอสมควรเลยนะ ฮ่าฮ่า โดนซะมั่ง คงไม่เคยมีใครเรียกแบบนี้ละซิ ชิส์

“เออ ก็ได้ เทโงชิ.... ฝากไว้ก่อนเหอะ” อาคานิชิพยักหน้าแล้วมองผมอย่างคาดโทษ แล้วหมอนั่นก็เดินเข้าห้องนอนไป ผมถอนหายใจ มองเวลาในมือถือเกือบจะ 9 โมงครึ่งแล้ว ผมว่าผมนอนพักผ่อนดีกว่านะ

ฝันดีครับ


2BCoN