Tadaima …..Okaeri (Jin X Yuya) ตอน 2
posted on 11 Oct 2009 20:02 by nashita
Tadaima Part II [ by Jin]
นาฬิกาบนมือถือบอกวาเป็นเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้าแล้ว แต่ผมก็เพิ่งกลับมาถึงบ้าน แถมยังต้องยืนลังเลอีกว่าควรจะกดกริ่งรึว่าไขกุญแจเข้าไปเลย ก็คนมันไม่เคยอยู่ร่วมบ้านกับใครนี่ครับ คิดอยู่นานสุดท้ายผมก็ตัดสินใจเลือกอย่างหลัง ก็นี่มันบ้านของผมนี่!!~ ไม่รุป่านนี้เจ้าเด็กคนนั้นจะตื่นรึยัง ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายวันไม่รู้เจ้านั่นจะเป็นยังไงบ้าง เหมือนผมใจร้ายยังไงไม่รุ ทั้งๆที่รับปากคุณยายแล้วแท้ๆว่าจะช่วยดูแลเขา แต่ผมก็ไม่ได้ทำ ก็งานผมมันยุ่งนี่ มันไม่ใช่ข้ออ้างนะครับ ช่วงนี้ผมกำลังปรับปรุงต่อเติมร้านใหม่ เลยไม่ได้กลับบ้านผมไม่ได้ไปเถลไถลที่ไหนหรอกน่า อีกอย่างเจ้านั่นก็โตแล้วคงดูแลตัวเองได้หรอก
ผมถอดรองเท้าออกวางที่ชั้นแล้วมองไปรอบๆบ้าน เงียบจังเลยแฮะ มองไปที่ชั้นวางรองเท้านับๆดูแล้วก็มีแต่รองเท้าของผม
.....เจ้านั่นไปไหน? ออกไปข้างนอกมั้ง? ..... ผมคิดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินเข้าบ้านแล้วล้มตัวลงนอนที่โซฟา วันนี้เหนื่อยจัง ขี้เกียจอาบน้ำ นอนตรงนี้เลยละกัน แล้วผมก็ล้วงกระเป๋าตังค์ กับโทรศัพท์มือถือออกมาวางไว้บนโต๊ะ งานที่หนักหนาสาหัสช่วงนี่ทำเอาผมแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนต้องค้างที่ร้านทุกวัน ขนาดร้านผมมีหุ้นส่วนตั้งสี่คนนะเนี่ย แต่ผมก็ยังเหนื่อยสุดๆอยู่ดี เพราะการปรับปรุงคราวนี้เป็นหน้าที่ของผมโดยตรง ส่วนไอ้บรรดาคุณเพื่อนที่ควบตำแหน่งผู้ถือหุ้นเลยสบายไป ไม่ว่าจะเป็นไอ้พีที่คอยทำบัญชีของร้าน ไอ่ยูทำหน้าที่คอยดูแลลูกค้า หรือว่าไอ่เรียวที่ดูแลพนักงาน งานของไอ้พวกนั้นมันจะมีเข้ามาตลอดเวลานะครับ ส่วนงานของผมเนี่ยนานๆจะมาที แต่ว่าพองานเข้าแต่ละครั้งทำเอาผมแทบสลบ เฮ้อ..... แต่ผมก็ชินแล้วละ ก็ชีวิตผมไม่ได้สบายเหมือนคนอื่นนี่ ผมเลือกที่จะทำงานทันทีที่จบมอปลายไม่เข้ามหาวิทยาลัยเหมือนคนอื่น ไม่ใช่ว่าทางบ้านผมขัดสนเงินทองอะไรนะ แต่ผมไม่ยอมเข้าเองแหละ คุณค่าของชีวิตคนไม่ได้วัดกันที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังนี่นา ขอแค่เราได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วละ
พูดแล้วก็นึกถึงคุณยาย ป่านนี้ท่านจะเป็นยังไงบ้างนะ ไม่ได้เจอกันนานแล้วซิ ผมดูเหมือนจะเป็นหลานที่อกตัญญูเลยนะครับ ตั้งแต่คุณยายย้ายไปอยู่ที่ฟุคุโอกะ ผมก็ไม่ได้ไปหาท่านเลย เมื่อก่อนท่านเคยอยู่กับผมครับ ท่านนี่แหละเป็นคนเลี้ยงผมเวลาที่พ่อกับแม่ออกไปทำงานนอกบ้าน จนผมโตท่าน จึงบอกว่า
'จินคุงโตแล้ว ต่อไปยายก็จะทำในสิ่งที่ยายอยากทำบ้างหละ'
สิ่งที่คุณยายผมอยากทำ นั่นก็คือไปอยู่บ้านนอก ปลูกผักทำเกษตรกรรม -*- ก็บ้านของเจ้าเด็กเทโงชิ นั่นแหละ ผมอยากรู้จังว่าเด็กนั่นทำยังไงถึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง อย่าง วาเซดะ ได้ ทั้งๆที่เป็นเด็กบ้านนอกแท้ๆ
..... ผมเปล่า อิจฉาเขานะ แค่อยากรู้เฉยๆ .....
แล้วจู่ๆใบหน้าใสๆของเจ้าเด็กนั่นก็ลอยมา แล้วนี่ผมจะไปนึกถึงเจ้านั่นทำไม?? อืมมม จริงๆแล้วผมพอรู้นะว่าบ้านเจ้านั่นรวย แต่ที่ชอบว่าหมอนั่น เรื่อง ขโมยแว่นตานะ ผมแค่หมั่นใส้ คิดดูซิคร้าบบ ตั้งแต่หัวจรดเท้านะแบรนด์เนมทั้งน้าน ยั๊ง จะมาแฮฟเอาของคนอื่นอีก แถมแว่นตาอันนั้นเป็นของที่เพื่อนสนิทผมซื้อให้เป็นของขวัญด้วย ถ้าหายไปจริงๆผมเสียดายนะ
ผมเริ่มคิดเรื่อยเปื่อยจากเรื่องนั้นกระโดดไปเรื่องนี้ ตอนนี้หัวสมองผมเริ่มเบลอแล้วละ จากเรื่องคุณยายมาเรื่องเจ้าเทโงชิ จนมาถึงเพื่อนสนิทจนมาถึง .........
......
...................
........................................
"Oh Yeah!!!!~ Oh Yeah!!!!~ Yo!!~ Yo!!!!~"
"Oh Yeah!!!!~ Oh Yeah!!!!~ Yo!!~ Yo!!!!~"
เสียงโทรศัพท์ที่ร้องดังลั่นทำเอาผมงัวเงียตื่นขึ้นมา ไม่อยากตื่นเลยให้ตาย ใครวะ มือของผมค่อยๆควานไปรอบๆโต๊ะ พอเจอไอ้เจ้าเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กก็รีบเปิดฝากดปุ่มรับสายทันที รำคาญเสียงโทรศัพท์ชะมัด
"โมชิโมชิ" ผมกรอกเสียงลงไป ปลายสายเงียบครับ ไม่พูด ให้ตายจะแกล้งกันรึไง
"ว่าไง ใครวะ ไม่พูดฉันวาง" ผมกระแทกเสียงอย่างฉุนๆ
"อ....อาคานิ...ชิ" เสียงสั่นๆตอบกลับมา คุ้นๆนะ ใคร??
"หือ?? ใครนะ" ตอนนี้ผมตื่นเต็มตาแล้วครับ แต่ก็ยังคงนอนอยู่บนโซฟาเหมือนเดิม
"ฉันเอง ....เทโงชิ" อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยเสียงสั่นๆเหมือนจะร้องให้ทำเอาผมลุกพรวดพราดขึ้นมานั่ง
"เฮ้ๆ เกิดอะไรขึ้นกับนาย เจ้าเตี้ย!!~"
"บอกแล้วไงไม่ได้ชื่อเตี้ย!!~" เจ้านั่นตอบกลับมาแทบจะทันที โหทั้งๆที่เสียงเหมือนจะร้องให้ขนาดนั้นยังมีกะใจจะเถียงอีกนะ
"เออๆ ... เกิดอะไรขึ้นเทโงชิ" ผมยอมแพ้แล้วถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าโอเคที่สุด
"ช....ช่วยฉัน ด้วย" ตอนนี้เสียงหมอนั่นเหมือนจะร้องให้ขึ้นมาจริงๆแล้ว ผมเบิกตากว้างแล้วรีบลุกขึ้นยืน
"ใจเย็นๆนะ ตอนนี้นายอยู่ไหน" ผมถามกลับไปอย่างร้อนรน
"ม...ไม่รู้" เจ้านั่นตอบกลับมา อ้าวกรรม -*- แล้วจะให้ผมไปช่วยได้ยังไง๊!!~
"เอาอย่างงี้ บอกฉันมาตอนนี้รอบๆตัวนายอะมีอะไรบ้าง" ผมพยายามถามอย่างใจเย็น
"มี.... มีร้านสะดวกซื้อ..." คำตอบของเจ้านั่นทำเอาผมต้องกุมขมับ พระพุทธเจ้า!!!~ ร้านสะดวกซื้อมีเป็นแสนครับที่โตเกียวนี่นะ
"มีอะไรอีก" ผมถามต่ออย่างใจเย็น แต่แอบกัดฟันนิดๆ
"มีศาล...เจ้า เขียนว่า อิมามิยะ" เฮ้ออ .... ก็แค่นั้น ผมถอนหายใจก่อนจะหันไปคว้าเสื้อคลุม
"รออยู่แถวนั้นนะ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ" ผมบอกเจ้านั่นก่อนจะใส่เสื้อ คว้ากุญแจกับกระเป๋าสตางค์ แล้ววิ่งออกมาจากบ้าน น้ำก็ไม่ต้องอาบกันละ ฟันยังไม่ได้แปรงเลยเนี่ย แต่ช่างเหอะ ผมว่าถ้าผมไปช้ามีหวังเจ้านั่นร้องให้ขี้มูกโป่งแน่นนอน
ว่าแต่เจ้านั่นไปทำอะไรแถวนั้นนะ เอ๊ะ!!~ แถวนั้นมันไม่ไกลจาก โชได นี่ คงจะไปมหาวิทยาลัยซินะ ไปแล้วมันเกิดอะไรขึ้นนะถึงเสียงสั่นแบบนั้น ผมคิดไม่ตกขณะวิ่งลงมาถึงถนนก่อนจะโบกแทกซี่ที่วิ่งผ่านมา
"ไปศาลเจ้า อิมามิยะ ครับ"ผมบอกลุงคนขับทันทีที่ขึ้นไปนั่ง คุณลุงพยักหน้าก่อนจะออกรถ ผมยกมือถือขึ้นมาดู เพิ่งนึกได้ว่าเจ้านั่นเอาเบอร์ผมมาจากไหน ??? ก่อนจะนึกได้คุณยายผมคงให้ไปซินะ เพราะผมก็ยังได้เบอร์เจ้านั่นเลย มีเบอร์ผมอยู่แล้วทำไมตอนมาวันแรกถึงไม่โทรบอกกันซักนิดว่าจะมาสายปล่อยให้ผมนั่งอดนอนรอตั้งนาน เฮอะ เจ้านี่ถนัดจริงๆการสร้างเรื่องปวดหัวให้คนอื่นเนี่ย
ผมนั่งมองวิวสองข้างทางไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงจุดหมาย จ่ายค่าแทกซี่รับใบเสร็จก้าวออกมาจากรถอย่างมาดมั่น กวาดสายตามองหาเจ้าเตี้ยซักพัก ไม่เจอครับ ไปมุดหัวอยู่ไหนเนี่ย !!~ ผมเดินไปรอบๆก่อนจะนึกได้เจ้านั่นบอกว่ามีร้านสะดวกซื้อนี่ ผมเลยเดินย้อนกลับออกมาด้านหน้า นั่นไงร้านสะดวกซื้อ เดินๆไปกวาดตาหาหมอนั่นไป อ๊า~ เจอแล้ว เจ้านั่นกำลังนั่งอยู่ริมทางเท้าบนขอบหินอ่อนที่เค้าปลูกต้นไม้กัน
ว่าแต่..... ทำไมทำหน้าเหมือนหมาหลงทางอย่างนั้นอะ
.....เฮ้ยยยย รึว่าจะหลงทางจริงๆ!!!~....
"อาคานิชิ!!~" เจ้านั่นร้องลั่นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอผม ดูแววตากับรอยยิ้มนั่นดิ เหมือนเด็กหลงทางไม่มีผิด
-__-^ ผมเดินช้าๆเข้าไปหาเขาที่วิ่งเข้ามาหาผมอย่างดีใจ ผมว่าถ้ากอดได้เขาคงกอดผมไปแล้วละ แต่นี่เห็นเขาหยุดกึ่กเมื่อเดินมาจนชิดผมแล้วอะ
"ในที่สุดนายก็มา!!~" เทโงชิพูดด้วยสีหน้าโล่งอกอยู่ตรงหน้าผม อ๊า~ ผมไม่ค่อยชินเลยแฮะ เลยยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยเบาๆ
"เกิดอะไรขึ้นละ" ผมถาม เขานิ่งก้มหน้างุด ก่อนจะอ้อมแอ้มบอกออกมา
"ฉันหลงทาง" นั่นไง ถ้าซื้อหวยแล้วถูกแบบนี้ผมคงรวยไปแล้วละ ดูดิทั้งหูทั้งหน้าแดงไปหมดเลย คงจะอายละซี่
“แล้วนายมาทำอะไรแถวนี้เนี่ย” ผมถามออกไป เทโงชิเลยเงยหน้าขึ้นมามองผม
“วันนี้ฉันต้องไปรายงานตัวที่มหา’ลัย ตอน 9 โมงครึ่ง T^T” เจ้าเตี้ยบอกผมพร้อมกับทำหน้าเหมือนจะร้องให้ ผมขมวดคิ้วก่อนจะล้วงมือถือออกมาดูเวลาแล้วต้องเบิกตาโพลง
“เฮ้ยยย เหลือเวลาอีก 20 นาทีเองนี่” ผมตะโกน เจ้านั่นพยักหน้าหงึกหงัก ตาโตๆของเขาดูแดงๆ ผมว่าถ้าผมไม่ทำอะไรซักอย่าง วันนี้ผมต้องได้เห็นน้ำตาเจ้านี่แน่ๆ ผมหันไปมองรอบๆตัว ถ้านั่งรถไปตอนนี้ไม่ทันแน่ แถวนี้รถติดยังกะอะไรดี
“มานี่” ผมว่าก่อนจะคว้าเข้าที่แขนเล็กๆของเจ้านั่น ให้ตาย บ้านเทโงชิเลี้ยงเจ้าเตี้ยด้วยอะไรเนี่ย ทำไมเขาผอมแบบนี้เนี่ย
“ไปไหน?” เขาถามผมด้วยความสงสัย ผมหันไปมองรอบๆตัวอีกครั้งก่อนจะหันไปบอกเจ้าเทโงชิ
“ฉันจะพานายไปมหา’ลัย” พูดจบผมก็กระตุกมือเล็กๆนั่นแล้วออกวิ่งทันที ดูเหมือนเทโงชิเขาจะถลาเล็กน้อยตามแรงดึงของผม เพราะผมได้ยินเขาร้อง ‘เฮ้ย’ เบาๆด้วย แต่สุดท้ายเขาก็คงจะตั้งตัวได้ เลยไม่ปริปากพูดอะไรซักคำ ได้ยินแต่เสียงหอบนิดๆแต่เขาก็ยังคงวิ่งตามแรงดึงของผมที่พาวิ่งเข้าออกตามตรอกซอยต่างๆ และแม้ว่าผมจะก้าวขายาวๆแค่ไหนเขาก็ยังคงวิ่งตามผมทัน เราวิ่งกันมาเรื่อยๆจนกระทั่งมาหยุดที่ประตูด้านทิศตะวันออกของโชได ผมหันไปมองใบหน้าใสๆของเจ้านั่นที่ตอนนี้ที่แดงจัดและมีเหงื่อผุดขึ้นมาตามไรผม
ดูเขาจะเหนื่อยไม่น้อยเลยนะ ผมก็เหนื่อยเหมือนกันแหละ เพิ่งได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง เหลือเชื่อชะมัดว่าผมจะสามารถวิ่งระยะทางได้ไกลขนาดนี้ ผมค่อยๆล้วงมือถือออกมาดูเวลาอีกครั้งก่อนจะหันไปยิ้มให้เจ้าเทโงชิ
“เหลือเวลาอีก 5นาที เข้าไปข้างในเถอะ” ผมบอกเขา เทโงชิที่ยืนหอบตัวโยนค่อยๆยืดตัวขึ้น เขาหันมามองผมอย่างลังเล แล้วเขาก็กระตุกมือผม อ้าว ผมลืมไปซะสนิทว่ายังคงจับมือเขาอยู่ ผมยิ้มแหยๆส่งให้เขาก่อนจะปล่อยมือเขาให้เป็นอิสระ อ๊า~ให้ตายผมรู้สึกแปลกๆนะเนี่ย แล้วสายตาหมอนั่นที่ยังจ้องผมอยู่อีกละ ผมไม่อยากยอมรับหรอกนะว่าตอนนี้ผมกระดากใจจังเลย
“เข้าไปข้างในด้วยกันหน่อยดิ” เทโงชิพูดขึ้นมาเบาๆทำเอาผมหูผึ่ง
“ห๊า!!~” ผมร้องออกมาด้วยความแปลกใจ เมื่อกี้ผมฟังไม่ผิดใช่มั๊ย? เขาขอให้ผมเข้าไปข้างในด้วย
“นะ ..... เข้าไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย” คราวนี้ได้ยินชัดเลยแถมน้ำเสียงของเขาติดจะอ้อนๆด้วยซ้ำ
“ไม่เอาหรอก ทำไมฉันจะต้องเข้าไปเป็นเพื่อนนายด้วย” ผมบอกออกไป ถ้าไม่จำเป็นผมไม่อยากจะเข้าไปในรั้วของมหาวิทยาลัยหรอก ผมไม่ค่อยชินหนะ
“นะ...อาคานิชิ ฉัน .... ไม่ค่อยมั่นใจเลย คิดซะว่าไปในฐานะผู้ปกครองก็ได้” ผมหันไปมองหน้าเจ้านั่นแทบจะทันทีเมื่อได้ยินเหตุผลที่ไม่เข้าท่านั่น
“นายจะเข้าโรงเรียนอนุบาลรึไง!!~ ถึงต้องมีผู้ปกครอง นี่มันมหา’ลัยนะ” ผมว่าทำเอาแก้มที่เคยป่องๆอยุ่แล้วของเจ้านั่นพองลมขึ้นไปอีก คิดว่าน่ารักนักรึไง -*-
“ชิส์ ...แค่นี้ก็ไม่ได้” เขาว่าอย่างงอนๆ
เฮ้ยๆ.... เจ้านี่มีสิทธิ์อะไรมางอนผมเนี่ย....
ผมมองเขาสลับกับมองเข้าไปข้างในรั้วมหาวิทยาลัย มีนักศึกษาหลายๆคนเดินเข้าออกไปมา มองไปที่หอประชุมใหญ่ที่ติดป้ายปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ก็เห็นมีเด็กไม่กี่คนที่มีผู้ปกครองมาด้วย และส่วนใหญ่เด็กพวกนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นพวก ‘คุณหนู’ ทั้งนั้น
ผมปรายตามามองคนที่ยืนข้างๆ อ้อ เพิ่งจะนึกได้ว่า เจ้าเตี้ยที่ยืนอยู่ข้างๆผมก็เป็น พวก ‘คุณหนู’ เหมือนกัน
เฮ้อ...... ก็ได้วะ ผมถอนหายใจก่อนจะย่างก้าวเข้าไปในเขตรั้วของมหาวิทยาลัยวาเซดะ เออก็ไม่เห็นเป็นไรนี่หว่าไฟก็ไม่ได้ช็อตรึว่าแผ่นดินก็ไม่ได้ถล่มนี่หว่า
“ว่าไง ไม่เข้าไปรึไง เลยเวลามาหลายนาทีแล้วนะ” ผมหันไปบอกเจ้าเทโงชิที่ยืนอยู่ข้างหลัง แล้วผมก็เห็นเขายิ้ม ให้ตายผมเพิ่งรู้ ว่าโลกนี้มันสว่างขนาดนี้เลยเหรอ ผมเดินช้าๆเข้าไปข้างในโดยมีเจ้าเทโงชิเดินอยู่ข้างๆ เมื่อเราเข้ามาถึงหอประชุมก็เห็นแถวอันยาวเหยียดของนักศึกษาใหม่ที่รอจะลงทะเบียนรายงานตัวอยู่ ผมพยักหน้าให้เทโงชิก่อนจะถอยออกมานั่งที่เก้าอี้ที่เขาจัดเตรียมไว้สำหรับผู้ปกครอง-*-
นี่ผมแก่ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย พระพุทธเจ้า!!~
มือที่แตะที่ไหล่แรงๆทำเอาผมค่อยๆงัวเงียลืมตาขึ้นสายตาที่เคยพร่าเบลอค่อยๆแจ่มชัดขึ้น ใบหน้าของชายวัยกลางคนลอยอยู่ห่างเพียงนิดเดียว ผมหันไปมองรอบๆตัวอย่างแปลกใจ นี่ผมเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อใหร่เนี่ย
“เชิญผู้ปกครองด้านนอกด้วยครับ เรากำลังจะปิดหอประชุม เพราะนักศึกษาใหม่ที่ลงทะเบียนเสร็จตอนนี้แยกไปทำกิจกรรมของคณะแล้วครับ” คุณลุง เอ้ยย อาจารย์คนนั้นบอกผมอย่างสุภาพ ผมจึงหันไปมองรอบๆตัวเห็นพวกอาจารย์และเจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันเก็บโต๊ะเก็บเก้าอี้ นี่ผมหลับไปนานเท่าใหร่เนี่ย
.....ให้ตายเหอะน่าอายชะมัด ทำไมเจ้าเตี้ยไม่ปลุกผม!!!~ .... ผมคิดอย่างหัวเสีย ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นอะไรบางอย่างติดอยู่ที่เสื้อของผม ผมหยิบมันขึ้นมาดู มันเป็นโน้ตหนึ่งแผ่น
...... เห็นนายหลับสบายเลยไม่อยากปลุก ฉันเขาไปทำกิจกรรมของคณะแล้วนะ.....
ผมอ่านลายมืออันเป็นระเบียบนั่นด้วยความรู้สึกกึ่งโมโหกึ่งขำ เจ้าเตี้ยเทโงชิเอ้ย.......
ผมโค้งให้อาจารย์คนนั้นทีหนึ่ง แล้วเดินออกจาหอประชุมมา ก้มลงมองโน๊ตอีกครั้งก่อนจะยัดมันลงกระเป๋าเสื้อ รู้สึกทั้งฉุนทั้งตลก เชื่อเลย เจ้าเตี้ยนี่ขยันสร้างเรื่องปวกหัวให้คนอื่นจริงๆเลย!!!~
...............
...........................
มือที่กำลังจะกดกริ่งของผมชะงัก เมื่อนึกได้ว่าตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามกัน นี่เป็นวันแรกในรอบหลายๆวันที่ผมกลับบ้านเวลานี้ ปกติผมจะกลับมาโน่นเช้า แต่วันนี้พอร้านปิดผมก็ออกมาเลย เพราะว่าไอ้คุณเพื่อนนามว่า ยามะพี หรือที่ผมเรียกมันว่า พี อุจส่าห์มาส่งถึงที่ ผมเปล่างกนะแต่ค่าแท็กซี่ ช่วงหลังเที่ยงคืนของโตเกียวนะแพงชิบ นี่แหละเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงนอนที่ร้านแล้วกลับเข้าบ้านตอนเช้า อ๊า~ผมยังไม่ได้บอกนี่ครับว่า นอกจากจะเป็นเจ้าของร้านเองแล้ว ผมกับเพื่อนๆที่เป็นหุ้นส่วนกันพวกเราตั้งวงเล่นดนตรีที่ร้านด้วย นี่ไงหละเป็นเหตุผลว่าทำไมงานของผมถึงยุ๊งยุ่งจนไม่มีเวลาพักผ่อนเลย แถมที่ร้านก็ไม่มีเตียงให้นอนด้วยมีแต่โซฟาแข็งๆ วันนี้แหละที่ผมจะได้นอนเตียงนุ่มๆซะที แค่คิดก็สุขใจแล้ว ผมค่อยๆไขกุญแจเข้าไปในบ้านแล้วเดินไปยังห้องครัว แล้วสายตาของผมก็เหลือบขึ้นไปยังชั้นลอยที่อยู่ติดกับครัวอย่างช่วยไม่ได้ ตั้งแต่วันที่ผมไปเป็นเพื่อนเจ้านั่นที่มหาวิทยาลัยวันนั้น ผมก็ไม่ได้เจอหน้าเจ้านั่นอีกเลย เพราะว่ากว่าผมจะเข้าบ้าน เขาก็ออกไปเรียนแล้ว และกว่าเขาจะเลิกเรียนกลับบ้านผมก็ออกไปทำงาน ชีวิตเราสองคนเหมือนกลางวันกับกลางคืนเลยเนอะ สิ่งที่ผมเจอก็จะมีแค่......
...... กลับมาแล้วเหรอ ฉันซื้อกับข้าวมาให้อยู่ในตู้เย็นนะ.....
ผมก้มลงอ่านโน๊ตที่ติดอยู่หน้าตู้เย็นแล้วต้องอมยิ้มออกมา นี่แหละครับสิ่งที่ผมบอก ทุกครั้งที่ผมกลับเข้าบ้านมา ผมก็จะเจอกับโน้ตนี่พร้อมกับ อาหารกล่องรสชาติไม่ได้เรื่องของร้านสะดวกซื้อแถวบ้าน ผมว่าเจ้าเด็กนี่ต้องติดนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบบนี้มาจากบ้านนอกแน่ๆเลย เห็นแล้วผมก็อดไม่ได้ที่จะหยิบปากกาที่วางอยู่บนหลังตู้เย็นมาเขียน ตอบให้เขา
...... กลับมาแล้ว อาหารรสชาติไม่ได้เรื่อง ....ขอบใจนะ.....
ผมยิ้มอีกครั้งก่อนจะหยิบซูชิที่เย็นชืดนั้นเข้าปาก รสชาติไม่ได้เรื่องจริงๆ นี่เจ้าเด็กนั่นต้องกินอาหารแบบนี้ทุกวันเหรอเนี่ย!!~!
..................
........................................
..............................................................
แสงแดดอันอบอุ่นส่องมากระทบตาผมในเช้าวันใหม่ผมงัวเงียตื่นขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกในรอบเดือนเลยนะที่ผมได้ตื่นเช้าขึ้นมาบนเตียงที่แสนรักของผม รู้สึกดีชะมัดจนไม่อยากลุกเลยแถมวันนี้เป็นวันอาทิตย์
วันหยุดของผมคร้าบ วันนี้ผมไม่ต้องไปร้องเพลงที่ร้าน แต่ก็อาจจะเข้าไปดูความเรียบร้อยนิดหน่อยแหละ นี่มันกี่โมงแล้วนะ ผมเหลือบสายตาไปมองนาฬิกาที่วางอยู่หัวเตียง จะเที่ยงแล้ว มิน่าถึงรู้สึกหิว ผมเดินเมาขี้ตาออกมานอกห้อง แล้วต้องชะงักเมื่อมองเห็นเด็กผู้ชายหน้าใสกำลังนั่งกดจอยส์เกมส์อย่างเมามันส์อยู่บนโซฟา ผมอึ้งเล็กน้อยก่อนจะคิดได้ ว่าผมมีเพื่อนร่วมห้องอีกคนนี่นา
“อรุณสวัสดิ์” ผมทักทายไปพร้อมกับหาวออกมา
“สวัสดีตอนบ่าย” เทโงชิตอบผม แต่ตากลับจ้องจอทีวีเขม็ง ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่านอกจากจะเป็น คุณหนูโอท็อป แล้วเจ้าเด็กนี่ก็ยังเป็น เด็กติดเกมส์ด้วย ผมยืนมึนๆอยู่นานแต่เจ้าเด็กนั่นก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจผมซักนิด ผมเลยตัดสินใจเดินเข้าห้องน้ำไป ผ่านไปหลายนาทีผมออกมาจากห้องน้ำ เจ้าเทโงชิก็ยังนั่งอยู่หน้าจอเหมือนเดิม แถมยังทำหน้าจริงจังสุดๆ
“นี่แหนะ!!~ นี่ๆๆ ฮ่าฮ่า” นั่นดูทำหน้าทำตาเข้า เอียงซ้ายเอียงขวาตามด้วย แถมหัวเราะคนเดียวด้วย บ้ารึเปล่าเนี่ย -*-
“นี่ๆ เทโงชิ” ผมเรียกเขาเบาๆ ไม่หันครับ
“เทโงชิ!~” ดังขึ้นมาอีกนิด ยังไม่หันอีก
“เจ้าเตี้ยเทโงชิ!!!!~”
“เหวอออ......อ๊าคคคคคคค”เจ้าเด็กนั่นร้องดังลั่นก่อนจะทำหน้าช็อคสุดขีด ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปใกล้เขาอีกนิด
“ไอ้ลุงอ้วน อาคานิชิ!!~ นายทำอะไรลงไปรู้ตัวรึเปล่า !!~” เจ้าเทโงชิหันมามองหน้าผมอย่างเอาเรื่องสลับกับทำหน้าเหมือนจะร้องให้ เอ่อ... เจ้าเด็กนี่มีหลายอารมณ์จัง -*-
“ไม่ต้องมาทำหน้า เอ๋อๆ ไม่รู้ไม่ชี้เลย เกมส์โอเวอร์เลยเห็นมั๊ย!!~” เจ้านั่นตะคอกผมอย่าโมโห อะไรว้า แค่นี้ก็ทำเป็นโกรธ
“เกมส์โอเวอร์ก็เล่นใหม่ดิ” ผมว่าดูเหมือนตาโตๆของเจ้าเทโงชิจะโตขึ้นอีกนะ มันดูถลนออกมานอกเบ้าเลยแหละ
“เจ้าบ้า!!~ นายรู้รึเปล่ากว่าฉันจะเล่นมาจนถึงเลเวลนี้ฉันต้องนั่งเล่นมาตั้งแต่ 9 โมงเชียวนะ!!~” เขาบอกอย่างโกรธๆ ห๊า!!~ตั้งแต่ 9 โมงเช้านี่มันกี่ชั่วโมงแล้วเนี่ย หมอนี่นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เช้านี่นะ
“งั้นนายก็เล่นใหม่ดิ คราวนี้เอาให้ถึง 6โมงเย็นเลย” ผมว่าแต่จริงๆแล้วแค่ประชดนะครับ เจ้าเด็กนั่นชักสีหน้าใส่ผมก่อนจะหันไปกดรีเพลย์เพื่อจะเล่นใหม่ เฮ้ยยย อย่าบอกนะว่าจะทำจริงๆ -*-
แต่ไม่นานเขาก็ต้องวางจอยส์เกมส์ลง ผมขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเป็นอะไรไปอีกละเนี่ย
“หิวข้าว” เขาบอกออกมาเบาๆ เหอะ...มันก็น่าอยู่หรอกคงไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้าละซิ แล้วเขาก็หันมามองผม
“นาย ...... เพราะนายทำให้เกมส์ฉันโอเวอร์ นายต้องไปหาอะไรมาให้ฉันกินเลย!!~” เขาสั่งเสียงเข้ม
“เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย!!~ หิวก็ไปหากินเองดิ” ผมว่าก่อนจะเดินเข้าไปในครัว อันที่จริงผมก็เริ่มหิวเหมือนกันแหละ เปิดตู้เย็นดูมีแค่ผักกับใข่
“ต้มบะหมี่กินกันเหอะ” เสียงใสๆดังอยู่ข้างหูผม เฮ้ยยย ....มาตั้งแต่เมื่อใหร่เนี่ย ผมมองของในตู้เย็นแล้วจึงปิ๊งไอเดีย
“กินทำไมบะหมี่”
“อ้าว แล้วจะกินอะไรหละ อย่าบอกนะว่านายทำกับข้าวเป็น โกหกน่า” เทโงชิพูดด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะ
หึหึ นายรู้จักฉันน้อยไปซะแล้ว เพิ่งมาอยู่ไม่กี่วันเองนะเฟ้ย
“ถ้าฉันทำเป็นละ นายจะยอมยกคอเลคชั่น RUSS-K นั่นให้ฉันรึเปล่า” ผมว่าพลางชี้ไปที่เสื้อยืดที่เขาใส่ คิดดูซิครับขนาดอยู่บ้านเฉยๆเด็กนี่ยังใส่แบรนด์เนม -*-
“บ้ารึไง !!~ ไม่เกี่ยวกันเฟ้ย ถ้าทำเป็นก็ทำดิ ทำเสร็จก็เรียกด้วย”เขาว่าก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โซฟาแล้วเล่นเกมส์ต่อ
........ แย๊กกกก นี่มันอะไรกัน ฉันไม่ใช่คนใช้นายนะ เจ้าเตี้ย!!~ .......
แต่แล้วผมก็ลงมือทำกับข้าวจนได้ -*- ช่างเหอะก็ผมหิวนี่ ผมทำข้าวห่อไข่ง่ายๆครับ ตอนแรกกะว่าจะทำกินของผมคนเดียว แต่พอนึกได้ว่าเจ้าเด็กนั่นยังเคยซื้อข้าวกล่องจากร้านสะดวกซื้อมาให้ผมทุกวัน ถึงแม้รสชาติจะไม่ได้เรื่อง แต่เขาก็ยังมีน้ำใจ เอ๊ะ รึว่ากินเหลือก็ไม่รู้ถึงเก็บไว้ให้ผม จะอะไรก็ช่างเหอะ แค่ทำข้าวห่อไข่เพิ่มอีกจานคงไม่ทำให้ผมเสียพลังงานไปเท่าใหร่หรอกน่า
“โห!!~ นายทำเองจริงดิ!!~” เทโงชิร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อผมวางจานข้าวห่อไข่หอมฉุยตรงหน้าเขา ผมพยักหน้ายิ้มๆพร้อมกับยืดตัวขึ้น หึหึ ให้รู้ซะมั่งใครเป็นใคร
“รสชาติจะอร่อยเหมือนรูปร่างมันรึเปล่าเนี่ย” นั่นไม่วายยังหาข้อติ
“ก็ลองชิมดู” ผมว่าอย่างท้าทาย เจ้านั่นเลยหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วลองตัดเข้าปาก
“หือO_O” เขาทำตาโตมองหน้าผมที่ตอนนี้ยืดตัวจนจะถึงเพดานอยู่แล้ว
“เป็นไง” ผมยักคิ้วให้อย่างภูมิใจ
“อ๊า~ ร้อนๆๆ” เจ้าเทโงชิร้องลั่นเสียงดัง ก่อนจะคว้าแก้วน้ำเย็นไปดื่มอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ทั้งใบหน้าของเขาแดงไปหมด โดยเฉพาะปากเล็กๆนั่น แดงจัดเลยครับ
“ทำไมไม่เป่าก่อนละ!!~” ผมเอ็ดให้ จริงๆแค่กลัวเจ้าเด็กนี่จะโวยวายใส่ครับเลยต้องเอ็ดดักไว้ก่อน
“จะรู้มั๊ยละ? ว่ามันจะร้อนขนาดนี้ ปากฉันต้องพองแน่ๆเลย” เขาว่าพลางเอามือพัดๆที่ปากตัวเอง ผมเลยส่งแก้วน้ำให้อีก เขาจึงรับไปดื่ม
“หายยัง?” ผมถามอย่างเป็นห่วง ผมเป็นห่วงจริงๆนะเออ ไม่ได้แกล้ง แล้วผมก็หยิบจานข้าวห่อไข่อันนั้นมา เทโงชิตาโตรีบยื่นมือมาคว้าไว้
“จะเอาไปไหน? อย่าทิ้งนะ ฉันจะกินต่อ!!~” เขาว่า ทำเอาผมอดยิ้มไม่ได้ ขนาดปากพองนะนั่นอะ แสดงว่าผมทำอร่อย ตอนนี้ผมเริ่มยืดอีกแล้ว
“จะเอาไปพัดให้มันหายร้อน จะทิ้งได้ไง เสียดายของ” ผมบอกทำเอาเขาทำหน้าแปลกๆแล้วรีบปล่อยมือที่จับอยู่บนแขนผมลง
“เอามานี่ ทำเองก็ได้” เขาว่าแล้วแย่งจานในมือผมไป
“อร่อยใช่มั๊ยละ?” ผมถามเขายิ้มๆ เขานิ่งก่อนจะพยักหน้า
“ก็โอเค พอกินได้” เขาตอบ
“เน่ ฉันอุจส่าห์ทำให้กิน พูดให้มันดีๆหน่อยเจ้าเตี้ย!!~” ผมว่าแล้วผลักหัวเขาเบาๆ ทำเอาเขาหันมามองผมตาเขียวปั๊ด
“ฉันชื่อ เทโงชิ ยูยะเว้ยยย ไอ้ลุงอ้วน!!!~”
2BeCoN
edit @ 11 Oct 2009 20:30:04 by Nashita